โครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่หลักประกันแฟลต / บ้านเช่า ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย ปี 2569

โครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่หลักประกันแฟลต / บ้านเช่า ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย  ปี 2569

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ยื่นคำขอกู้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม - 30 ธันวาคม 2569 และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2569
(ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการก่อนกำหนด หากธนาคารให้สินเชื่อเต็มวงเงินของโครงการแล้ว)

วัตถุประสงค์การยื่นกู้

  • ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นระยะเวลา 3 เดือน ดังนี้

กรณีที่ 1 เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยขั้นรุนแรง เดือนที่ 1 - 3 = 0% ต่อปี (เงินงวดผ่อนชำระ 0 บาท)
กรณีที่ 2 เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยไม่รุนแรง เดือนที่ 1 - 3 = 3% (ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ย)
ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ใช้สิทธิขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในช่วงระยะเวลา 3 เดือน เมื่อครบกำหนดระยะเวลารับสิทธิส่วนลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้กลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามผลิตภัณฑ์เดิม ที่ลูกหนี้เลือกใช้ก่อนเข้าร่วมโครงการ

  • กู้เพิ่มเพื่อปรับปรุง / ซ่อมแซมอาคาร / ซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย

วงเงิน / ระยะเวลากู้

วงเงิน

  • อัตราส่วนวงเงินกู้ต่อมูลค่าที่ดินและอาคาร : สูงสุดไม่เกินร้อยละ 80
  • อัตราส่วนวงเงินกู้ต่อมูลค่าที่ดิน : ไม่เกิน 8 : 1
  • อัตราส่วนวงเงินกู้ต่อมูลค่าอาคาร : สูงสุดไม่เกินร้อยละ 100
  • อัตราส่วนวงเงินกู้ต่อเงินทุนส่วนตัว : ไม่เกิน 2 : 1
  • กรณีใช้อัตราดอกเบี้ยผลิตภัณฑ์ DCR ไม่น้อยกว่า 1.20

ระยะเวลาผ่อน

  • สูงสุด 30 ปี

หมายเหตุ : กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

อัตราดอกเบี้ย / ค่าธรรมเนียม

อัตราดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ย (วัตถุประสงค์กู้เพิ่ม)

ปี อัตราดอกเบี้ย
ปีที่ 1     = 3.50%
ปีที่ 2    = 4.50%
ปีที่ 3     = MLR - 1.00% 
ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา = MLR

 อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR)  = 5.52 %

หมายเหตุ :

  • MLR ตามประกาศธนาคาร
  • อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้
  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (Effective Interest Rate: EIR)  
    อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่ระบุเป็นเพียงตัวอย่างที่คำนวณตามเงื่อนไขที่ใช้ในฉบับนี้เท่านั้น ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันตามเงื่อนไขการกู้ยืมของลูกค้าแต่ละราย โดยคำนวณจากสมมติฐานวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลากู้ 20 ปี ผ่อนชำระตามเงินงวดของผลิตภัณฑ์
  • กรณีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด คิดอัตราดอกเบี้ย MLR  

ค่าธรรมเนียม

คุณสมบัติ / เอกสารที่ใช้สมัคร

คุณสมบัติ

  • เป็นลูกหนี้เดิมของ ธอส.ซึ่งหลักประกันแฟลต/บ้านเช่า ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย/แผ่นดินไหว/เหตุการณ์ชายแดน ไม่เกิน 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่ประสบสาธารณภัย/เกิดเหตุการณ์ชายแดน
  • ในวันที่ยื่นคำขอจะต้องมีสถานะบัญชีปกติ หรือมีการค้างชำระตั้งแต่งวดเดือนที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยเป็นต้นไป หรือลูกหนี้ที่ค้างชำระ แต่ยังไม่เป็น NPL
  • ไม่อยู่ในมาตรการช่วยเหลือของธนาคารหรือข้อตกลงประนอมหนี้กับธนาคาร
  • กรณีกู้เพิ่ม วันที่ยื่นกู้ขอใช้โครงการนี้ต้องไม่มีหนี้ค้างชำระ
  • กรณีผู้ขอสินเชื่อเป็นบุคคลธรรมดา อายุรวมกับระยะเวลากู้ไม่เกิน 70 ปี
  • กรณีนิติบุคคล เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทยซึ่งมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน โดยนิติบุคคลนั้นต้องชำระทุนจดทะเบียนแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของวงเงินกู้ และงบการเงินย้อนหลัง 3 ปี จะต้องไม่ขาดทุนต่อเนื่อง จนส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ

เอกสารประกอบการยื่นกู้

กรณีบุคคลธรรมดา

  • เอกสารส่วนตัว เช่น ทะเบียนบ้าน / บัตรประจำตัวประชาชน / ทะเบียนสมรส พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรส /ใบเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี) เป็นต้น

กรณีนิติบุคคล

นอกจากเอกสารตามกรณีบุคคลธรรมดา ให้เพิ่มเติมเอกสาร ดังนี้

  • รายงานการประชุม ระบุวัตถุประสงค์การขอกู้/วงเงินขอกู้ กับ ธอส.
  • หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท (ไม่เกิน 1 เดือน) / หนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2) / รายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
  • บัตรประชาชน ของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม / ผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 20%
  • งบการเงินย้อนหลัง 3 ปี
  • ข้อมูลเครดิตส่วนบุคคลของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
  • เอกสารรายได้ ของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม / ผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 20%

เอกสารเพิ่มเติม

  • หลักฐานทางการเงิน เช่น สลิปเงินเดือน, หนังสือรับรองเงินเดือน, หลักฐานการชำระภาษี, บัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน เป็นต้น
  • ใบอนุญาตก่อสร้าง และแบบแปลนอาคาร (ชุดที่ได้รับอนุญาต)
  • โฉนดที่ดิน พร้อมสารบัญจดทะเบียนทุกหน้า (ถ่ายสำเนาขนาดเท่าต้นฉบับ)

หมายเหตุ ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการขอเอกสารต่างๆ ของผู้กู้เพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบพิจารณาการให้สินเชื่อของธนาคาร

สถานที่ยื่นคำขอกู้เงิน

  • กรณีหลักประกันตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ติดต่อสาขาในพื้นที่ หรือฝ่ายสนับสนุนสาขานครหลวง สำนักงานใหญ่ 
  • กรณีหลักประกันตั้งอยู่ต่างจังหวัด ติดต่อสาขาภูมิภาค หรือ Center ภูมิภาค สำนักงานใหญ่