สินเชื่อพัฒนาโครงการ (Pre Finance) สำหรับผู้ประกอบการโครงการภาครัฐ ปี 2569
เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
ยื่นคำขอกู้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม - 30 ธันวาคม 2569 และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2569
(ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการก่อนกำหนด หากธนาคารให้สินเชื่อเต็มวงเงินของโครงการแล้ว)
วัตถุประสงค์การยื่นกู้
สินเชื่อสำหรับโครงการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ / ที่ดินของหน่วยงานภาครัฐ
- ค่าก่อสร้างอาคารและพัฒนาสาธารณูปโภคในโครงการ
- การค้ำประกันที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดทำโครงการ
วงเงิน / ระยะเวลากู้
วงเงิน
- วงเงินกู้รวมไม่เกินร้อยละ 80 ของมูลค่าที่ดินอาคาร และสาธารณูปโภคตามราคาประเมินของธนาคาร ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี
- วงเงินหนังสือค้ำประกัน เพื่อค้ำประกันสาธารณูปโภค กำหนดระยะเวลาตามข้อกำหนดของหน่วยงานราชการ
หมายเหตุ : กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
อัตราดอกเบี้ย / ค่าธรรมเนียม
อัตราดอกเบี้ย
| ปี | อัตราดอกเบี้ย |
|---|---|
| ปีที่ 1 | = 3.50% |
| ปีที่ 2 | = 4.00% |
| ปีที่ 3 | = MLR - 1.50% |
| ปีที่ 4 - 5 | = MLR |
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR) = 4.62 %
หมายเหตุ :
- MLR ตามประกาศธนาคาร
- อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้
- อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (Effective Interest Rate: EIR)
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่ระบุเป็นเพียงตัวอย่างที่คำนวณตามเงื่อนไขที่ใช้ในฉบับนี้เท่านั้น ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันตามเงื่อนไขการกู้ยืมของลูกค้าแต่ละราย โดยคำนวณจากสมมติฐานวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลากู้ 5 ปี ผ่อนชำระตามเงินงวดของผลิตภัณฑ์ - กรณีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด คิดอัตราดอกเบี้ย MLR
ค่าธรรมเนียม
- ค่าธรรมเนียม ตามประกาศธนาคาร
- กรณีกู้ใหม่ ยกเว้น ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ และค่าประเมินราคาหลักประกัน
คุณสมบัติ / เอกสารที่ใช้สมัคร
คุณสมบัติโครงการที่จะยื่นกู้
- โครงการต้องมีสภาพแวดล้อมเหมาะกับการใช้เป็นที่อยู่อาศัย เป็นแหล่งชุมชนมีบริการสาธารณะ
คุณสมบัติ
- กรณีผู้ขอสินเชื่อเป็นบุคคลธรรมดา อายุรวมกับระยะเวลากู้ไม่เกิน 70 ปี
- กรณีนิติบุคคล เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทยซึ่งมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน โดยนิติบุคคลนั้นต้องชำระทุนจดทะเบียนแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของวงเงินกู้ และงบการเงินย้อนหลัง 3 ปี จะต้องไม่ขาดทุนต่อเนื่อง จนส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ
- เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคาร สิ่งปลูกสร้างต้องตรงกัน
- ต้องเป็นผู้มีฐานะทางการเงินเป็นที่น่าเชื่อถือ และมีเงินทุนสำรองส่วนตัว หรือกระแสเงินสด เพื่อสมทบในการดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จที่ธนาคารสามารถตรวจสอบได้
- ผู้ประกอบการหรือผู้บริหาร ต้องเคยมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ไม่น้อยกว่า 3 ปี
เอกสารประกอบการยื่นกู้
กรณีบุคคลธรรมดา
- เอกสารส่วนตัว เช่น ทะเบียนบ้าน / บัตรประจำตัวประชาชน / ทะเบียนสมรส พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรส /ใบเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี) เป็นต้น
กรณีนิติบุคคล
นอกจากเอกสารตามกรณีบุคคลธรรมดา ให้เพิ่มเติมเอกสาร ดังนี้
- รายงานการประชุม ระบุวัตถุประสงค์การขอกู้/วงเงินขอกู้ กับ ธอส.
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท (ไม่เกิน 1 เดือน) / หนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2) / รายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
- บัตรประชาชน ของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม / ผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 20%
- งบการเงินย้อนหลัง 3 ปี
- ข้อมูลเครดิตส่วนบุคคลของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
- เอกสารรายได้ ของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม / ผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 20%
เอกสารเพิ่มเติม
- หลักฐานทางการเงิน เช่น สลิปเงินเดือน, หนังสือรับรองเงินเดือน, หลักฐานการชำระภาษี, บัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน เป็นต้น
- แผนการดำเนินการทั้งโครงการ / แผนการขาย / แผนการก่อสร้าง / ประมาณการด้านการเงิน Financial Feasibility
- สัญญาว่าจ้างก่อสร้าง / หนังสือเสนอราคาค่ารับเหมาก่อสร้าง
- ใบอนุญาตก่อสร้าง และแบบแปลนอาคาร (ชุดที่ได้รับอนุญาต)
- ใบขออนุญาตจัดสรร / ใบยื่นคำขออนุญาตจัดสรร
- โฉนดที่ดิน พร้อมสารบัญจดทะเบียนทุกหน้า (ถ่ายสำเนาขนาดเท่าต้นฉบับ)
หมายเหตุ ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการขอเอกสารต่างๆ ของผู้กู้เพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบพิจารณาการให้สินเชื่อของธนาคาร
สถานที่ยื่นคำขอกู้เงิน
- กรณีหลักประกันตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ติดต่อสาขาในพื้นที่ หรือฝ่ายสนับสนุนสาขานครหลวง สำนักงานใหญ่
- กรณีหลักประกันตั้งอยู่ต่างจังหวัด ติดต่อสาขาภูมิภาค หรือ Center ภูมิภาค สำนักงานใหญ่
คำถามที่พบบ่อย
1. สอบถามการยื่นขอสินเชื่อพัฒนาโครงการ มีวัตถุประสงค์ หลักเกณฑ์อย่างไร
สินเชื่อพัฒนาโครงการ : สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไป
1.1 สำหรับผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์
ผู้ขอกู้ที่เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยลักษณะที่อยู่อาศัยระดับราคาขายไม่เกิน 7 ล้าน บาทต่อหน่วย โดยมีสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนหน่วยขายทั้งหมดของโครงการ
1.2 สำหรับผู้ประกอบการพันธมิตร
ผู้ขอกู้ที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลในกลุ่มพันธมิตรของธนาคาร (เป็นผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการกับธนาคาร) โดยลักษณะที่อยู่อาศัย ระดับราคาขายไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของจำนวนหน่วยขายทั้งหมดของโครงการ
1.3 สำหรับผู้ประกอบการทั่วไป
ผู้ขอกู้ที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลทั่วไป โดยลักษณะที่อยู่อาศัย ระดับราคาขายไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนหน่วยขายทั้งหมดของโครงการ
1.4 สำหรับผู้ประกอบการโครงการสินเชื่อเพื่ออาคารคาร์บอนต่ำ
ผู้ขอกู้ที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลทั่วไป โดยลักษณะที่อยู่อาศัย มีข้อกำหนดคุณสมบัติ และข้อกำหนดทางเทคนิคของโครงการ ตามที่ธนาคารกำหนด
(ทั้งนี้ ธนาคารไม่รับพิจารณาให้กู้เพื่อจัดสรรที่ดินเปล่า หรือ บ้านพักตากอากาศ)
2. กำหนดระยะเวลายื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมสำหรับสินเชื่อพัฒนาโครงการ ปี 2569
- ยื่นคำขอกู้ และทำนิติกรรม ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม – 30 ธันวาคม 2569
3. ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ และค่าประเมินราคาหลักประกัน ของสินเชื่อพัฒนาโครงการ
- ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ ร้อยละ 0.25 ของวงเงินอนุมัติ
- ค่าประเมินราคาหลักประกัน ครั้งละ 10,000 บาท
หมายเหตุ : กรณียื่นกู้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม - 30 ธันวาคม 2569 ยกเว้น ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ และค่าประเมินราคาหลักประกัน สำหรับผู้ประกอบการโครงการสินเชื่อตามนโยบายรัฐบาลและโครงการสินเชื่อเพื่ออาคารคาร์บอนต่ำ (Project Loan For Carbon Reduction Building)
4. วงเงินกู้สูงสุดของสินเชื่อพัฒนาโครงการ
- วงเงินกู้รวมไม่เกินร้อยละ 80 ของมูลค่าที่ดินอาคาร และสาธารณูปโภคตามราคาประเมินของธนาคาร
5. ระยะเวลากู้สูงสุดของสินเชื่อพัฒนาโครงการ
- ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี
6. หลักประกันตั้งอยู่ในต่างจังหวัด ยื่นกู้ที่ใด
- ติดต่อสาขาภูมิภาค หรือสำนักงานใหญ่ งานสินเชื่อ Center ภูมิภาค อาคาร 2 ชั้น 2

