สินเชื่อโครงการส่งเสริมธุรกิจตลาดบ้านมือสอง ปี 2569

สินเชื่อโครงการส่งเสริมธุรกิจตลาดบ้านมือสอง ปี 2569

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ยื่นคำขอกู้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม - 30 ธันวาคม 2569 และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2569
(ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการก่อนกำหนด หากธนาคารให้สินเชื่อเต็มวงเงินของโครงการแล้ว)

วัตถุประสงค์การยื่นกู้

  • เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ที่เป็นทรัพย์ NPLของธนาคารที่กรมบังคับคดี
  • เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ที่เป็นทรัพย์ NPA ของธนาคาร

ยกเว้น การกู้ซื้อที่ดินเปล่า และซื้อที่ดินพร้อมแฟลตให้เช่า
 

วงเงิน / ระยะเวลากู้

วงเงิน

  • สูงสุดต่อหลักประกันไม่เกินร้อยละ 90 ของราคาประเมินหลักประกัน และไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาซื้อขาย แล้วแต่ราคาใดต่ำกว่า

ระยะเวลาผ่อน

  • ไม่เกิน 3 ปี

หมายเหตุ : กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

อัตราดอกเบี้ย / ค่าธรรมเนียม

อัตราดอกเบี้ย

ปี อัตราดอกเบี้ย
ปีที่ 1 = 3.00%
ปีที่ 2 = 4.00%
ปีที่ 3   = MRR

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR) = 4.26 %

หมายเหตุ :

  • MRR ตามประกาศธนาคาร
  • อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้
  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (Effective Interest Rate: EIR) 
    อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเป็นเพียงตัวอย่างที่คำนวณตามเงื่อนไขที่ใช้ในฉบับนี้เท่านั้น ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันตามเงื่อนไขการกู้ยืมของลูกค้าแต่ละราย โดยคำนวณจากสมมติฐานวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลากู้ 3 ปี ผ่อนชำระตามเงินงวดของผลิตภัณฑ์

ค่าธรรมเนียม

คุณสมบัติ / เอกสารที่ใช้สมัคร

คุณสมบัติ

  • กรณีผู้ขอสินเชื่อเป็นบุคคลธรรมดา อายุรวมกับระยะเวลากู้ไม่เกิน 70 ปี
  • กรณีนิติบุคคล เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทยซึ่งมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน โดยนิติบุคคลนั้นต้องชำระทุนจดทะเบียนแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของวงเงินกู้ และงบการเงินย้อนหลัง 3 ปี จะต้องไม่ขาดทุนต่อเนื่อง จนส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ
  • ให้กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ในนามส่วนตัว โดยให้มีความรับผิด อย่างลูกหนี้ร่วมกับบริษัททุกบัญชี
  • ผู้ประกอบการหรือผู้บริหาร ต้องมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจด้านการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์
  • ให้แสดงเงินทุนสมทบไม่น้อยกว่า 30% ของวงเงินกู้ โดยธนาคารสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุนสมทบได้อย่างชัดเจน

เอกสารประกอบการยื่นกู้

กรณีบุคคลธรรมดา

  • เอกสารส่วนตัว เช่น ทะเบียนบ้าน / บัตรประจำตัวประชาชน / ทะเบียนสมรส พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรส /ใบเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี) เป็นต้น

กรณีนิติบุคคล

นอกจากเอกสารตามกรณีบุคคลธรรมดา ให้เพิ่มเติมเอกสาร ดังนี้

  • รายงานการประชุม ระบุวัตถุประสงค์การขอกู้ / วงเงินขอกู้ กับธอส.
  • หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท (ไม่เกิน 1 เดือน) / หนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2) / รายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
  • ทุนจดทะเบียนต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของวงเงินกู้ และเรียกชำระเต็มมูลค่าหุ้นของทุนจดทะเบียน
  • บัตรประชาชน ของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม / ผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 20%
  • งบการเงินย้อนหลัง 3 ปี
  • ข้อมูลเครดิตส่วนบุคคลของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
  • เอกสารรายได้ ของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม / ผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 20%

เอกสารเพิ่มเติม

  • หลักฐานทางการเงิน เช่น สลิปเงินเดือน, หนังสือรับรองเงินเดือน, หลักฐานการชำระภาษี, บัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน เป็นต้น
  • ประวัติรายการซื้อ-ขาย อสังหาริมทรัพย์
  • สำเนาโฉนดที่ดิน / หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อช.2) พร้อมสารบัญจดทะเบียนทุกหน้า (ถ่ายสำเนาขนาดเท่าต้นฉบับ)
  • สำเนาหนังสือซื้อขายกรมบังคับคดี (กรณีทรัพย์ NPL)
  • สำเนาประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดี (กรณีทรัพย์ NPL)
  • สำเนาสัญญาซื้อขายทรัพย์ NPA ธนาคาร

หมายเหตุ

  • ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการขอเอกสารต่างๆ ของผู้กู้เพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบพิจารณาการให้สินเชื่อของธนาคาร
  • หลังจากที่ผู้กู้ประมูลซื้อทรัพย์และขอสินเชื่อกับธนาคารแล้ว ดำเนินการดังนี้ 

- ต้องปรับปรุงซ่อมแซมอาคารให้อยู่ในสภาพดี พร้อมส่งรูปถ่าย และรายงานผลการปรับปรุงซ่อมแซมทรัพย์แต่ละรายการให้ธนาคารทราบภายใน 6 เดือน นับแต่ทำสัญญากู้กับธนาคาร
- ต้องหาผู้ซื้อรายย่อยมารับโอนกรรมสิทธิ์ภายใน 2 ปี นับแต่ทำสัญญากู้กับธนาคาร หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว หรือทรัพย์รายการใดไม่ได้มีการปรับปรุงซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดี ธนาคารสงวนสิทธิ์ที่จะไม่พิจารณาให้สินเชื่อ
- กรณีมีการผิดนัดบัญชีใดบัญชีหนึ่งธนาคารสงวนสิทธิ์ชะลอการให้สินเชื่อเพื่อซื้อทรัพย์รายใหม่ที่ผู้กู้ประมูลได้ จนกว่าผู้กู้จะมาชำระหนี้ค้างให้เป็นปกติทุกบัญชี
- กรณีลูกหนี้รายย่อยในโครงการที่ซื้อทรัพย์ต่อจากผู้ประกอบการมีหนี้ค้าง และเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกินรายได้ (NPL) สูงเกิน NPL ถัวเฉลี่ยของธนาคาร จะมีการควบคุมการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ
 

การชำระ / ค่างวด

  • การกำหนดเงินงวดซื้อทรัพย์ NPL ของธนาคารที่กรมบังคับคดี และซื้อทรัพย์ NPA ของธนาคาร ให้ผ่อนชำระเงินงวดลดเงินต้นปีละ 10% เฉลี่ยเป็นรายเดือน พร้อมกับดอกเบี้ยประจำเดือน และชำระส่วนที่คงเหลือในงวดสุดท้ายทั้งจำนวน

สถานที่ยื่นคำขอกู้เงิน

  • กรณีหลักประกันตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ติดต่อสาขาในพื้นที่ หรือฝ่ายสนับสนุนสาขานครหลวง สำนักงานใหญ่ 
  • กรณีหลักประกันตั้งอยู่ต่างจังหวัด ติดต่อสาขาภูมิภาค หรือ Center ภูมิภาค สำนักงานใหญ่