สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อบุคลากรภาครัฐ ปี 2569

สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อบุคลากรภาครัฐ ปี 2569

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

กำหนดระยะเวลายื่นคำขอกู้ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 และกำหนดระยะเวลาอนุมัติและทำนิติกรรมภายในวันที่ 29 มกราคม 2570 
(ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการก่อนกำหนด หากธนาคารให้สินเชื่อเต็มวงเงินของโครงการแล้ว)
 

วัตถุประสงค์การยื่นกู้

  1. เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุด
  2. เพื่อปลูกสร้างอาคาร หรือเพื่อซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร
  3. เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุดจากสถาบันการเงินอื่น
  4. เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินเปล่าจากสถาบันการเงินอื่นพร้อมปลูกสร้างอาคาร
  5. เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมอาคารจากสถาบันการเงินอื่น และปลูกสร้างอาคาร หรือต่อเติม หรือขยายหรือซ่อมแซมอาคาร
  6. เพื่อต่อเติม หรือขยาย หรือซ่อมแซมอาคาร
  7. เพื่อชำระหนี้พร้อมไถ่ถอนจำนอง
  8. เพื่อชำระหนี้เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย
  9. เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย
  10. เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ พร้อมกับการขอกู้ในวัตถุประสงค์หลัก

หมายเหตุ : นิยามคำว่า “อาคาร” หมายถึง บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ และอาคารพาณิชย์เพื่อที่อยู่อาศัย ยกเว้นบ้านเช่าและแฟลต

วงเงิน / ระยะเวลากู้

วงเงิน

  • เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติงานสินเชื่อรายย่อยของธนาคาร

ระยะเวลากู้ 

  • ไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่เกิน 40 ปี โดยอายุผู้กู้รวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 70 ปี ยกเว้น กรณีข้าราชการตุลาการ อัยการ หรืออื่น ๆ ที่มีอายุเกษียณมากกว่า 60 ปี ให้ใช้อายุผู้กู้เมื่อรวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 75 ปี

อัตราดอกเบี้ย / ค่าธรรมเนียม

อัตราดอกเบี้ย

(1) อัตราดอกเบี้ยเพื่อที่อยู่อาศัยแบบไม่ทำประกัน / ทำประกันไม่เป็นไปตามเงื่อนไข

ปี อัตราดอกเบี้ย
ปีที่ 1     = 2.25% ต่อปี 
ปีที่ 2    = 3.00% ต่อปี 
ปีที่ 3     =  MRR-2.245% ต่อปี
ปีที่ 4 - 5 = MRR-2.25% ต่อปี 
ปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญา  = MRR-2.00% ต่อปี 
ยกเว้น กู้ชำระหนี้/ซื้ออุปกรณ์ฯ  = MRR

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) 
- กรณีลูกค้าสวัสดิการ             =     3.790%
- กรณีชำระหนี้/ซื้ออุปกรณ์ฯ     =     4.810%

(2) อัตราดอกเบี้ยเพื่อที่อยู่อาศัย / ชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ที่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด 

ปี อัตราดอกเบี้ย
ปีที่ 1     = 2.00% ต่อปี
ปีที่ 2    = 3.00% ต่อปี
ปีที่ 3     = MRR-2.245% ต่อปี
ปีที่ 4 - 5 = MRR-2.25% ต่อปี
ปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญา     =  MRR-2.00% ต่อปี
ยกเว้น กู้ชำระหนี้/ซื้ออุปกรณ์ฯ  = MRR

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) 
- กรณีลูกค้าสวัสดิการ             =     3.762%
- กรณีชำระหนี้/ซื้ออุปกรณ์ฯ     =     4.780%

(3) กรณีขอกู้ซื้ออุปกรณ์ฯ พร้อมกับการขอกู้ในวัตถุประสงค์หลักที่มีการแบ่งจ่ายเงินกู้เป็นงวดตามผลงานการก่อสร้างบัญชีซื้ออุปกรณ์ฯ ให้ใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้

ปี อัตราดอกเบี้ย
ปีที่ 1 จนถึงตลอดอายุสัญญา    =  MRR

หมายเหตุ :

  1. MRR ตามประกาศธนาคาร
  2. อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (Effective Interest Rate: EIR) 
    อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่ระบุเป็นเพียงตัวอย่างที่คำนวณตามเงื่อนไขที่ใช้ในฉบับนี้เท่านั้น ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันตามเงื่อนไขการกู้ยืมของลูกค้าแต่ละราย โดยคำนวณจากสมมติฐานวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลากู้ 20 ปี ผ่อนชำระตามเงินงวดของผลิตภัณฑ์
  3. อัตราดอกเบี้ยกรณีทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
     - ผู้กู้ต้องทำประกันเป็นไปตามเงื่อนไขการทำประกันข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้

(1) บัญชีเงินกู้เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (ประเภทใดก็ได้) ต้องไม่น้อยกว่า5% ของวงเงินกู้ทุกบัญชีภายใต้ “โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อบุคลากรภาครัฐ ปี 2569” 
(ไม่นับรวมบัญชีเงินกู้เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ) หรือบัญชีเงินกู้เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติวงเงินกู้สูงสุดตามเกณฑ์ (โดยค่าเบี้ยจริงต่ำกว่าค่าเบี้ย 5% ของวงเงินกู้ภายใต้ “โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อบุคลากรภาครัฐ ปี 2569” ไม่เกิน 1,000 บาท)

(2) ทำประกันตามแผนเบี้ยประกันคุ้มนิรันดร์ พลัส หรือแผนเบี้ยประกันคุ้มนิรันดร์ Max Life เท่านั้น และต้องวงเงินคุ้มครองสินเชื่อเต็มวงเงินนิติกรรมรวมทุกบัญชีภายใต้หลักประกันเดียวกัน (ไม่นับรวมบัญชีเงินกู้เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ) (โดยทุนประกันจริงสูงกว่า หรือต่ำกว่าไม่เกิน 1,000 บาท)และระยะเวลาทำประกันต้องไม่น้อยกว่า 10 ปี 

ค่าธรรมเนียม

  • เป็นไปตามประกาศของธนาคารอาคารสงเคราะห์ 

คุณสมบัติ / เอกสารที่ใช้สมัคร

คุณสมบัติผู้กู้

  • เป็นข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงาน/เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ชื่อเรียกอย่างอื่น และลูกจ้างประจำ ที่เป็นผู้มีสิทธิขอกู้เงินตามคำนิยามในข้อตกลงโครงการสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยประเภทไม่มีเงินฝาก ที่ส่วนราชการ หรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ หรือองค์การมหาชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอิสระอื่นในกำกับของรัฐ หรือจัดตั้งโดยกฎหมายเฉพาะ หรือจัดตั้งตามนโยบายรัฐ ได้ลงนามร่วมกับธนาคาร

เอกสาร

เอกสารส่วนบุคคล

  • บัตรประจำตัวประชาชน / บัตรข้าราชการ
  • ทะเบียนบ้าน
  • สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า / ใบมรณะบัตร (ถ้ามี)
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – สกุล (ถ้ามี)

เอกสารทางการเงิน

พนักงานประจำ

  • หนังสือรับรองเงินเดือน
  • สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานการรับเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน
  • สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน

ผู้ประกอบอาชีพอิสระ

-

เอกสารหลักประกัน

  • สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย / สัญญาวางมัดจำ  /สัญญาเช่าซื้อการเคหะและหนังสือรับรองยอดคงเหลือ (กรณีซื้อ)
  • สำเนาสัญญากู้เงิน และสำเนาสัญญาจำนองกับสถาบันการเงินเดิม (กรณีไถ่ถอนจำนอง)
  • หลักฐานการเป็นเจ้าของอาคาร
  • สำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดินฉบับกรมที่ดิน
  • สำเนาโฉนดที่ดิน / น.ส.3ก. / หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อช.2) ทุกหน้า  
  • ใบอนุญาตปลูกสร้าง / ต่อเติม
  • แบบแปลน
  • ใบประมาณการปลูกสร้าง / สัญญาว่าจ้างก่อสร้าง
  • อื่นๆ (ถ้ามี)

หมายเหตุ **  ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการขอเอกสารต่าง ๆ ของผู้กู้เพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบพิจารณาการให้สินเชื่อของธนาคาร **

คำถามที่พบบ่อย

1. ลูกค้ากลุ่มใดสามารถขอใช้สินเชื่อนี้ได้บ้าง     
- ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงาน/เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ชื่อเรียกอย่างอื่น และลูกจ้างประจำ ที่เป็นผู้มีสิทธิขอกู้เงินตามคำนิยามในข้อตกลงโครงการสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยประเภทไม่มีเงินฝากที่ส่วนราชการ หรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ หรือองค์การมหาชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอิสระอื่นในกำกับของรัฐ หรือจัดตั้งโดยกฎหมายเฉพาะ หรือจัดตั้งตามนโยบายรัฐ ได้ลงนามร่วมกับธนาคาร

2. สามารถใช้สิทธิโครงการนี้ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ได้หรือไม่    
- กรณีลูกค้าเดิมของธนาคาร ไม่ให้ใช้สิทธิโครงการนี้ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ในบัญชีเงินกู้ที่มีอยู่กับธนาคารแล้ว

3. การขอกู้เพื่อไถ่ถอนจำนอง (Refinance) ธนาคารจะพิจารณาประวัติการผ่อนชำระย้อนหลังของสถาบันการเงินเดิมหรือไม่    
- พิจารณา โดยผู้กู้ต้องมีประวัติเป็นลูกหนี้ที่ดีกับสถาบันการเงินเดิมย้อนหลัง 12 เดือน

4. สามารถกู้เพิ่มเพื่อต่อเติม หรือขยาย หรือซ่อมแซมอาคาร ได้หรือไม่    
- ได้

5. หากผู้กู้ร่วมไม่ได้เป็นบุคลากรภาครัฐสามารถขอกู้ร่วมได้หรือไม่    
- ได้ โดยใช้ผลิตภัณฑ์สินเชื่อโครงการอื่นของธนาคาร