ธอส. ปล่อยสินเชื่อใหม่ครึ่งปีแรกทะลุ 123,000 ล้านบาท หนุนคนไทยมีบ้านแล้วกว่า 4.8 ล้านครอบครัว ช่วยรักษาบ้านให้คนไทยผ่านมาตรการช่วยเหลือแล้วกว่า 1 ล้านบัญชี คาดทั้งปีดันเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 246,000 ล้านบาท

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เผยผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 ปล่อยสินเชื่อใหม่สูงถึง 123,149.93 ล้านบาท ครอบคลุมลูกค้า 114,184 บัญชี เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 14.85% คิดเป็น 49.90% ของเป้าหมาย สะท้อนบทบาทการเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ให้เติบโตต่อเนื่อง พร้อมช่วยรักษาบ้านให้คนไทยผ่านมาตรการช่วยเหลือได้กว่า 1 ล้านบัญชี ครึ่งปีหลังเดินหน้าปักธงนำเทคโนโลยี Digital, AI และ Data ยกระดับการให้บริการเชิงรุกในทุกมิติตามแผนการดำเนินงาน ผลักดันเม็ดเงินสินเชื่อปล่อยใหม่ลงสู่ระบบเศรษฐกิจอีกไม่ต่ำกว่า 123,000 ล้านบาท

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่มีภารกิจหลักในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยและมีบทบาทสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อใหม่ ณ ไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 (มกราคม – มิถุนายน 2569) สามารถปล่อยได้ 123,149.93 ล้านบาท ครอบคลุมลูกค้า 114,184 บัญชี เพิ่มขึ้น 14.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน ของปีก่อน คิดเป็น 49.90% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ 246,795 ล้านบาท โดยจำนวนนี้เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่ให้กับกลุ่ม ผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 58,685 ราย เพิ่มขึ้น 7.39% ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) มีจำนวน 106,923.72 ล้านบาท คิดเป็น 5.54% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้การดำเนินงานเมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2568 มีสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,931,518.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.14% มีสินทรัพย์รวม 2,097,905.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.41% เงินฝากรวม 1,850,385.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.10% ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นจำนวนสูงถึง 161,193.05 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL ที่ระดับ 150.76% สะท้อนถึงความมั่นคง ที่พร้อมในการรองรับผลกระทบในอนาคต และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ระดับแข็งแกร่ง 15.47% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดที่ 8.50%

“ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ธอส. ยังคงทำหน้าที่เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่เป็นเครื่องยนต์สำคัญ ในการขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์ผ่านการลงทุน การจ้างงาน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจให้เติบโต ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและการทำงานเชิงรุกที่ตรงจุด ทำให้ ธอส. สามารถดำเนินการตามพันธกิจได้อย่างสมบูรณ์ สร้างโอกาสในการมีที่อยู่อาศัยให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางได้อย่างทั่วถึง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่นคง ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทย ช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ธอส. ยังจัดทำมาตรการช่วยเหลือด้านรายได้มาอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยลูกค้าประนอมหนี้กลับมามีสถานะปกติและปิดบัญชี ช่วยลูกค้ารักษาบ้านได้กว่า 1,014,357 บัญชี หรือคิดเป็น 80.68% ของลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือทั้งหมด” ดร.มหัทธนะ กล่าว

สำหรับการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ธอส. ได้นำเทคโนโลยี Digital, AI และ Data ด้านที่อยู่อาศัยที่มีอยู่ ทั้งจากของธนาคารและศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ มาวิเคราะห์เพื่อยกระดับการให้บริการเชิงรุกในทุกมิติ ภายใต้แนวคิด Beyond Housing Bank มากกว่าการปล่อยกู้ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน ผ่าน 5 Strategic Pillars ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการให้บริการกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ 1. สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ด้วยการจัดทำสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Green Loan & ESG) อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการซื้อที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานและ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยให้ลูกค้ามีที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ลดภาระค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ในระยะยาว ได้แก่ สินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข สินเชื่อบ้านเบอร์ 5 และสินเชื่อ Solar Roof โดยช่วงครึ่งปีแรก ธอส. ปล่อยสินเชื่อ Green Loan ไปแล้วกว่า 8,535.10 ล้านบาท คิดเป็น 40.65% ของเป้าหมาย ปี 2569 2. ปรับกลยุทธ์จาก One Size Fits All ไปสู่ Hyper-Personalization เข้าใจลูกค้า โดยใช้ Data มาวิเคราะห์ลูกค้า ทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย และทุกอาชีพแต่ละรายเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า อย่างตรงจุด ถือเป็นการขยายโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อ (Financial Inclusion) โดยเฉพาะผู้ที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ และกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ (Self-employed) อีกทั้งนำ Credit Scoring มาใช้ในการพิจารณาสินเชื่อ ซึ่งจะช่วย ลดระยะเวลาการพิจารณาอนุมัติได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนา AI Credit Assessment และการใช้ Alternative Data วิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยง ช่วยเหลือลูกค้าได้ อย่างทันท่วงที ลดโอกาสเกิด NPL และช่วยให้ลูกค้ารักษาบ้านของตนเองไว้ได้ต่อไป 3. เดินหน้าปรับบทบาทองค์กรสู่การเป็น "Beyond Housing Bank" มากกว่าการปล่อยกู้ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน เพื่อยกระดับการทำให้คนไทยมีบ้าน และสร้างระบบนิเวศด้านที่อยู่อาศัยครบวงจร (Housing Ecosystem Center) ขณะเดียวกัน ธอส. ยังพัฒนาโครงการยกระดับการเฝ้าระวังและตรวจจับรายการธุรกรรมต้องสงสัยแบบ Near Real Time ตรวจสอบความผิดปกติของการเดินบัญชีเงินฝากของลูกค้า เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดจากภัยทุจริตทางการเงิน โดยปัจจุบันได้ขยายระบบการตรวจจับการทุจริต (Fraud Detection System) Phase 2 ที่เป็นการนำเทคโนโลยี Machine Learning มาช่วยวิเคราะห์และตรวจจับพฤติกรรมธุรกรรมที่อาจมีความผิดปกติได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงด้านการทุจริตทางการเงิน พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานการดูแล ความปลอดภัยของข้อมูลและธุรกรรมของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวของ ธอส. สอดคล้องกับกลยุทธ์ 5T ของกระทรวงการคลัง ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้การปล่อยสินเชื่อใหม่ปี 2569 เพื่อดันเม็ดเงินสินเชื่อลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมาย 246,795 ล้านบาท สนับสนุนการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง

ฝ่ายสื่อสารองค์กร
22 กรกฎาคม 2569