นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคารอาคารสงเคราะห์
สำหรับบุคคลภายนอก

——————————————-

วันที่มีผลใช้บังคับ: ฉบับปรับปรุง 1 มิถุนายน 2565

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (“ธนาคาร”) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ธนาคารจึงได้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของธนาคาร แนวปฏิบัติ รวมทั้งนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคารอาคารสงเคราะห์นี้ (“นโยบาย”) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อช่วยชี้แจงให้ท่านทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายว่าด้วยการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

1. ขอบเขตการบังคับใช้

นโยบายนี้ใช้บังคับกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกที่ธนาคารมีปฏิสัมพันธ์ด้วยตามอำนาจหน้าที่ การดำเนินธุรกรรมและพันธกิจของธนาคาร รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคารและการจัดซื้อจัดจ้าง โดยรวมถึง
(1)ลูกค้าบุคคลธรรมดา (รวมถึงผู้ที่อาจเป็นลูกค้าในอนาคต ผู้กู้ร่วม เจ้าของบัญชีร่วม และบุคคลอื่นที่มีธุรกรรมเกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ / บริการของธนาคาร)
(2)พันธมิตรทางธุรกิจซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา
(3)บุคคลผู้มีอำนาจดำเนินการแทน ผู้แทนนิติบุคคล กรรมการ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ตัวแทน บุคลากร บุคคล ผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินความสัมพันธ์ทางธุรกิจและบุคคลอื่นใดที่มีฐานะทำนองเดียวกัน (เรียกรวมว่า “บุคคลที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคล“) ของ
(ก)นิติบุคคลที่เป็นลูกค้าของธนาคาร (รวมถึงนิติบุคคลผู้ที่อาจเป็นลูกค้าในอนาคต ผู้กู้ร่วม เจ้าของบัญชีร่วม และนิติบุคคลอื่นที่มีธุรกรรมเกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ / บริการของธนาคาร)
(ข)นิติบุคคลที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจของธนาคาร
(ค)หน่วยงานที่ขอรับการสนับสนุนจากธนาคาร
(4)บุคคลอื่นๆ เช่น ผู้รับมอบอำนาจ ผู้จำนองบุคคลภายนอกประกันหนี้ของลูกค้า ผู้ค้ำประกัน ผู้จัดการมรดก คู่สัญญา ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาล หรือผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้ซื้อสินทรัพย์พร้อมขายของธนาคาร ผู้ขายทรัพย์สิน ผู้ฝากขายทรัพย์สิน ผู้รับซื้อพัสดุเก่า ผู้เช่าพื้นที่ ผู้ติดต่อขอเช่าพื้นที่ ผู้ใช้สิทธิตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ ผู้ได้รับสิทธิประโยชน์หรือสวัสดิการจากธนาคาร (ผู้รับทุนการศึกษา ผู้รับบริจาค) ผู้ร้องเรียน
(5)บุคคลที่สาม เช่น คู่สมรส (ทั้งที่จดและไม่จดทะเบียนสมรส) บุตร บุพการี ผู้ติดต่อกรณีฉุกเฉิน บุคคลที่ถูกระบุในบัญชีเครือญาติ ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง บุคคลอ้างอิง ผู้มีกรรมสิทธิ์หรือถือสิทธิครอบครองในที่ดิน คู่กรณี ผู้รับโอนเงิน รวมทั้งบุคคลอื่นใดตามเอกสารการทำธุรกรรมและเอกสารใบอนุญาตจากทางราชการ (เช่น พยาน ผู้รับเงิน เจ้าหน้าที่ บุคคลที่ปรากฏในทะเบียนบ้าน)
(6)บุคคลอื่นใดนอกจากที่ระบุเอาไว้ในข้อ (1), (2), (3), (4) และ (5) ซึ่งติดต่อหรือทำธุรกรรมกับธนาคารประการอื่น
ตลอดจนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลข้างต้น ซึ่งธนาคารได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมา (เรียกรวมกันว่า “ท่าน”)

2. คำจำกัดความ

ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลใดๆ ที่ข้อมูลซึ่งธนาคารเก็บรวบรวมนั้นระบุหรือเชื่อมโยงถึงซึ่งรวมถึงบุคคลตามที่ระบุไว้ในข้อ 1 (ขอบเขตการบังคับใช้) ของนโยบายนี้

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

บุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดา

ทั้งนี้ ให้คำนิยามข้างต้นเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในปัจจุบันและอนาคต

3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ธนาคารเก็บรวบรวมและการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัด

ธนาคารจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งได้ชี้แจงไว้ในนโยบายนี้ โดยใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่ธนาคารประสงค์จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในนโยบายนี้ ธนาคารจะแจ้งให้ท่านทราบและอาจขอความยินยอมจากท่านในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม

ทั้งนี้ ธนาคารจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับธนาคาร ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่านในหมวดหมู่และประเภทดังต่อไปนี้

(1) ข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ท่านติดต่อหรือทำธุรกรรมกับธนาคาร

ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลรายละเอียดและตัวอย่าง
ข้อมูลที่เป็นการระบุตัวตนโดยทั่วไปเช่น คำนำหน้าชื่อ ยศ / ตำแหน่ง ชื่อ นามสกุลเพศ อายุ สถานภาพทางการสมรส สัญชาติ วันเดือนปีเกิด กรุ๊ปเลือด ลายมือชื่อ ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในสำเนาเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ (เช่น บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบัตรอื่นๆ หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตทำงาน ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส เอกสารการเปลี่ยนชื่อสกุล ใบสำคัญการสมรส ใบสำคัญการหย่า หนังสือรับรองการแยกกันอยู่ มรณบัตร ใบอนุญาตขับขี่ ใบแทน / บัตรชั่วคราว) ข้อมูลยานพาหนะ บัญชีเครือญาติ ข้อมูลจากแหล่งสาธารณะ (เช่น อินเทอร์เน็ต สื่อสิ่งพิมพ์)
ข้อมูลการติดต่อเช่น ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่ปัจจุบัน (เช่น เลขที่ ชั้น ห้อง หมู่บ้าน / อาคาร / โรงเรียน / วัด หมู่ ซอย ถนน แขวง / ตำบล เขต / อำเภอ จังหวัด ประเทศ รหัสไปรษณีย์) รหัสทะเบียนบ้าน ที่อยู่ที่ทำงาน ที่อยู่อีเมล หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ชื่อบัญชีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ (เช่น LINE)
ข้อมูลทางการเงินเช่น  หนี้ค้างชำระ สถานะข้อมูลเครดิต สถานะกฎหมาย และสถานะการล้มละลาย สินทรัพย์และรายละเอียดบัญชี (เช่น แหล่งที่มาของเงิน ประเทศที่มาของแหล่งเงินทุน รายได้ต่อเดือน ค่าใช้จ่ายต่อเดือน รายได้ครอบครัวเฉลี่ยต่อเดือน ค่าใช้จ่ายครอบครัวเฉลี่ยต่อเดือน แหล่งเงินทุนและสินทรัพย์ เลขที่บัญชีเงินกู้ เลขที่บัญชีเงินฝาก เลขที่โฉนดที่ดิน ประวัติภาระค่าใช้จ่าย การผ่อนชำระ ใบรับรองเงินเดือน / หนังสือผ่านสิทธิสวัสดิการ สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานการรับเงินเดือน ประวัติการทำรายการผ่านบัญชีเงินฝาก / หลักฐานการแสดงฐานะการเงินอื่น ๆ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี หลักฐานการเสียภาษี หลักฐานการประกันสังคม ปริมาณการทำธุรกรรม) ใบแจ้งหนี้หรือใบเสร็จค่าสาธารณูปโภค Token ID
ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ / บริการที่ใช้ และการทำธุรกรรมกับธนาคารเช่น ข้อมูลผลิตภัณฑ์ / บริการที่สนใจ หรือที่ใช้ ข้อมูลประกอบการขอสินเชื่อ (เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างผู้กู้หลักและผู้กู้ร่วม (กรณีมีผู้กู้ร่วม)) ข้อมูลประกอบการขอสินเชื่อโครงการ (เช่น สัญญาเช่า / สัญญาจอง / สัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ในโครงการ และเอกสารยืนยันตัวตนผู้ซื้อ / ผู้ขาย สัญญารับเหมาก่อสร้าง และเอกสารยืนยันตัวตนผู้รับเหมาก่อสร้าง สัญญากู้เงิน / ขายฝาก และเอกสารยืนยันตัวตนเจ้าหนี้) ข้อมูลหลักฐานการเปิดบัญชี ข้อมูลการขอซื้อพัสดุจากธนาคาร ข้อมูลการถือครองพันธบัตรของธนาคาร ข้อมูลการขอหักชำระค่าสาธารณูปโภค ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับธุรกรรม (เช่น วัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรม ประเภทธุรกรรม ประเภททรัพย์สินที่ใช้ทำธุรกรรม มูลค่าทรัพย์สินที่ทำธุรกรรม บัญชีที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดธุรกรรม (เช่น การโอนเงินผ่านระบบตัวกลางการชำระเงิน การชำระเงินกู้ผ่านตัวแทนรับชำระเงิน) ระดับข้อมูลการยืนยันตัวตน ประวัติการใช้สิทธิพิเศษ ข้อมูลประกอบการขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ประนอมหนี้ หรือลดหนี้ (เช่น เหตุผลประกอบการค้างชำระหนี้) ข้อมูลการเอาประกัน เงื่อนไขการสั่งจ่าย ภาษาที่แสดงผล (ตู้กดเงินสด (ATM)) ข้อมูลเกี่ยวกับตู้นิรภัย (เช่น เลขที่สัญญา ขนาด ค่าเช่า ระยะเวลาการเช่า เงินมัดจำกุญแจและค่าประกันความเสียหาย) ข้อมูลการอายัดเงินฝาก / บัญชี และเอกสารประกอบ (เช่น ใบแจ้งความ)
ข้อมูลหลักประกัน หรือทรัพย์สินที่จะซื้อจะขายเช่น รายละเอียดทรัพย์สิน (เช่น ประเภททรัพย์สิน เนื้อที่ ราคา) การจดทะเบียนภาระจำยอม เอกสาร / สำเนาเอกสารหลักประกันเช่น สัญญาจะซื้อจะขาย / สัญญาวางมัดจำ / สัญญาเช่าซื้อการเคหะฯ และหนังสือรับรองยอดคงเหลือ (กรณีซื้อ) หนังสือสัญญากู้เงิน สัญญาจำนองกับสถาบันการเงินเดิม (กรณีไถ่ถอนจำนอง) ใบเสร็จการผ่อนชำระหรือบัญชีหมุนเวียน หลักฐานการเป็นเจ้าของอาคาร หนังสือสัญญาขายที่ดินฉบับกรมที่ดิน โฉนดที่ดิน / นส.3ก. / หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อช.2) ใบอนุญาตปลูกสร้าง / ต่อเติมแบบแปลน ใบประมาณการปลูกสร้าง / สัญญาจ้างก่อสร้าง
ข้อมูลการศึกษาหรือการทำงานเช่น ประวัติการศึกษา (เช่น ระดับการศึกษา สถาบันการศึกษาคณะ สาขาวิชา) ข้อมูลการทำงาน (เช่น อาชีพ รูปแบบธุรกิจ / ประเภทธุรกิจ  business sector ตำแหน่ง อายุการทำงาน ชื่อบริษัท / ชื่อที่ทำงาน ระยะเวลาการประกอบกิจการ สำเนาทะเบียนการค้า / ทะเบียนบริษัท / ห้างหุ้นส่วนฯ จำนวนพนักงาน / ลูกจ้าง รูปถ่ายกิจการ สำเนาใบประกอบวิชาชีพ) ประสบการณ์การทำธุรกิจ หนังสือรับรองการทำงาน บัตรประจำตัวพนักงาน ความเชี่ยวชาญ
ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างเช่น ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในขอบเขตงานที่จ้าง รายละเอียดสัญญา เอกสารการเสนอราคา ประวัติการทำธุรกรรมกับธนาคารการเป็นสมาชิกสมาคมที่เกี่ยวข้องกับงานที่จ้าง
ข้อมูลบันทึกการติดต่อกับธนาคารเช่น คำขอใช้บริการ ข้อร้องเรียนร้องและบันทึกผลการสอบทานข้อเท็จจริง คำร้องขอเปลี่ยนแปลงข้อมูล บันทึกเสียงสนทนาทางโทรศัพท์
ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและตามกฎหมายป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีของประเทศสหรัฐอเมริกา (Foreign Account Tax Compliance Act: FATCA)เช่น สถานะการเป็นพลเมืองอเมริกัน สถานะการเป็นผู้ถือบัตรประจำตัวผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร (กรีนการ์ด) การมีถิ่นที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา การสละความเป็นพลเมือง การทำรายการไปยัง/การทำรายการใดๆ
ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีในสหรัฐอเมริกา การมีหน้าที่ชำระภาษีแก่หน่วยงานจัดเก็บภาษีอากรของสหรัฐอเมริกา (Internal Revenue Service: IRS) การอ้างสิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อน
ข้อมูลเชิงเทคนิคบันทึกผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Log Files) ซึ่งรวมถึงข้อมูลเชิงเทคนิค (เช่น Internet Traffic, IP Address, Log, User Information) และข้อมูลสถิติการใช้งานเว็บไซต์ของธนาคาร โดยธนาคารมีการใช้งานคุกกี้ (Cookies) ซึ่งอาจมีการเก็บรวมรวมข้อมูลบางประเภทที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันการฉ้อโกง และ/หรือ การดำเนินการทางกฎหมายเช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการฉ้อโกงหรือการกระทำการโดยมิชอบโดยประการอื่นใดต่อธนาคาร และ/หรือ บุคคลภายนอก (เช่น ลักษณะการกระทำ ความเสียหาย) ข้อมูลอื่น ๆ ที่ได้รับประกอบการบังคับคดี (เช่น หมายศาล คำสั่งศาล หมายเลขคดี หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี)
ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน
  • ข้อมูลสุขภาพ (เช่น ข้อมูลตามที่ระบุในใบคำขอเอาประกันภัย เหตุผลประกอบการค้างชำระหนี้ ใบรับรองแพทย์ ข้อมูลการแพ้อาหาร ข้อมูลเกี่ยวกับการคัดกรองโรคติดต่อ)
  • ประวัติอาชญากรรม (เช่น ข้อมูลตามที่ปรากฏในรายชื่อบุคคลถูกกำหนด (Sanction List) และบุคคลเฝ้าระวัง (Watch List) ที่ออกโดยหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารทราบถึงประวัติอาชญากรรมอันเกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐานต่างๆ ความผิดฐานก่อการร้ายหรือสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ข้อมูลการล้มละลายจากการทุจริต)
  • ความคิดเห็นทางการเมือง (เช่น ข้อมูลตามที่ปรากฏในรายชื่อบุคคลถูกกำหนด (Sanction List) และบุคคลเฝ้าระวัง (Watch List) หรือฐานข้อมูลอื่นใด ซึ่งอาจทำให้ธนาคารทราบถึงสถานภาพทางการเมือง)
  • ความพิการ (เช่น สำนาบัตรประจำตัวผู้พิการ ประเภทความทุพพลภาพ หนังสือรับรองจากสมาคมคนพิการ)
  • ข้อมูลชีวภาพ (เช่น ลายพิมพ์นิ้วมือ ภาพถ่ายจำลองใบหน้า)

ในกรณีที่ท่านเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคล ธนาคารอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดเกี่ยวกับท่านตามที่ปรากฏในเอกสารนิติบุคคล (เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ปรากฏในหนังสือรับรอง หนังสือจัดตั้งนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ รายงานการประชุม เอกสารบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)) เป็นการเพิ่มเติมด้วย

หากธนาคารไม่สามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของธนาคาร ธนาคารอาจไม่สามารถให้บริการแก่ท่านได้อย่างเหมาะสม หรือปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา หรือดำเนินการตามความสัมพันธ์ที่ธนาคารมีกับท่าน ตลอดจนอาจส่งผลกระทบต่อการปฎิบัติตามกฎหมายใดๆ ที่ธนาคารหรือท่านมีหน้าที่ต้องปฎิบัติตาม

(2) ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สาม

หากท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่ธนาคาร (เช่น คู่สมรส (ทั้งที่จดและไม่จดทะเบียนสมรส) บุตร บุพการี ผู้ติดต่อกรณีฉุกเฉิน บุคคลที่ถูกระบุในบัญชีเครือญาติ ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง บุคคลอ้างอิง ผู้มีกรรมสิทธิ์หรือถือสิทธิครอบครองในที่ดิน คู่กรณี ผู้รับโอนเงิน รวมทั้งบุคคลอื่นใดตามเอกสารการทำธุรกรรมและเอกสารใบอนุญาตจากทางราชการ (เช่น พยาน ผู้รับเงิน เจ้าหน้าที่ บุคคลที่ปรากฏในทะเบียนบ้าน)) หรือท่านขอให้ธนาคารเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามดังกล่าวแก่บุคคลภายนอก ท่านตกลงรับผิดชอบในการแจ้งรายละเอียดตามนโยบายนี้ให้แก่บุคคลที่สามดังกล่าวนั้นทราบ ตลอดจนขอความยินยอมจากบุคคลดังกล่าวนั้น (หากเป็นกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม) ท่านควรตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้แก่ธนาคาร และแจ้งให้ธนาคารทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ไว้ นอกจากนี้ ท่านยังมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้ธนาคารสามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลเหล่านั้นได้ตามกฎหมาย ตามที่กำหนดไว้ในนโยบายนี้ด้วย

(3) ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ และคนเสมือนไร้ความสามารถ

ธนาคารไม่มีความตั้งใจที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลซึ่งเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เว้นแต่ธนาคารจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ (ในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอมและผู้เยาว์ไม่สามารถให้ความยินยอมได้ด้วยตนเองตามกฎหมาย) ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลก่อน (แล้วแต่กรณี) ทั้งนี้ หากธนาคารทราบว่าธนาคารได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ (ในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอมและผู้เยาว์ไม่สามารถให้ความยินยอมได้ด้วยตนเองตามกฎหมาย) หรือเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคนเสมือนไร้ความสามารถหรือคนไร้ความสามารถโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบาล (แล้วแต่กรณี) โดยไม่ได้เจตนา ธนาคารจะดำเนินการเพื่อลบข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นโดยเร็วเท่าที่จะปฏิบัติได้ เว้นแต่ธนาคารจะมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายประการอื่นนอกเหนือจากความยินยอมที่จะสามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นได้

4. ช่องทางการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

ธนาคารเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง ผ่านทางช่องทางแบบออนไลน์และออฟไลน์ที่แตกต่างกันตามความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับธนาคาร ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

(1)ช่องทางออฟไลน์ เช่น ณ ที่ ทำการ (เช่น สาขา สำนักงานใหญ่) จดหมาย การออกอีเว้นท์ การออกบูธการเดินประชาสัมพันธ์ หรือการให้บริการนอกสถานที่ (Virtual Branch) และ
(2)ช่องทางออนไลน์ เช่น แอปพลิเคชัน GHB ALL, GHBank Smart NPA, GHBank Smart Booth, Homeforall By GH Bank เว็บไซต์ www.ghbank.co.th บล็อก และ Landing Page ของธนาคาร โทรศัพท์ ข้อความสื่อสาร (SMS) สื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงแชทบอท (Chatbot) อีเมล ตู้กดเงินอัตโนมัติ (ATM) และกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของธนาคาร

ในกรณีที่ธนาคารเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านทางแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ บล็อก Landing Page สื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงแชทบอท (Chatbot) หรือบริการออนไลน์ต่างๆ ของธนาคาร ธนาคารอาจเก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีการที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การรับเรื่องร้องเรียน การขอทำบัตรชำระเงินกู้ (GHB Pay Card) การขอเปลี่ยนแปลงที่อยู่ติดต่อ การขอรับหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ การติดตามผลการพิจารณาสินเชื่อ การผ่อนผันประนอมหนี้ การสอบถามข้อมูล การขอให้ดำเนินการอื่นใด การเสนอความคิดเห็น และการติดต่อธนาคารโดยเหตุประการอื่น

ธนาคารอาจรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากท่านโดยตรงตามช่องทางข้างต้นเข้ากับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้รับมาจากแหล่งอื่นในกรณีที่มีความจำเป็นและได้รับความยินยอมจากท่าน เว้นแต่เป็นกรณีที่ธนาคารได้รับ ยกเว้นตามกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้มีความสมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน รวมทั้งเพื่อปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพของการให้บริการของธนาคารให้ดียิ่งขึ้น โดยธนาคารอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

(1)ผู้ให้บริการภายนอก เช่น
(ก)ผู้ให้บริการประสานงานกับลูกค้าที่อยู่ในต่างประเทศในการทำธุรกรรมกับธนาคาร (เช่น จัดส่งและลงนามในเอกสารสัญญา, แจ้งข้อมูล, ทวงถามหนี้)
(ข)ผู้ให้บริการทำนิติกรรม และ/หรือ การจดจำนอง
(ค)ผู้ให้บริการประเมินราคาหลักทรัพย์
(ง)ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์
(จ)ผู้ให้บริการศึกษาข้อมูล (Research Agency)
(ฉ)ผู้ให้บริการติดตามทวงถามหนี้
(ช)ผู้ให้บริการรับชำระเงิน
(ซ)ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลลูกค้า (Call Center)
(ฌ)ผู้ให้บริการทางการตลาด (Marketing Agency) ที่ให้บริการบริหารช่องทางสื่อสังคมออนไลน์
(ญ)ผู้ให้บริการวิเคราะห์ / บริหารความเสี่ยง
(2)พันธมิตรทางธุรกิจ เช่น
(ก)ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ (และ/หรือ การเคหะแห่งชาติ)
(ข)หน่วยงานต้นสังกัดสำหรับการขอสินเชื่อพนักงาน
(ค)บริษัทประกันภัย
(ง)ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์กลางเกี่ยวกับบริการก่อสร้าง
(จ)พันธมิตรทางธุรกิจเพื่อการให้สิทธิประโยชน์ลูกค้า
(ฉ)เว็บไซต์ของพันธมิตรทางธุรกิจ
(ช)ตัวแทนรับชำระเงิน
(ซ)หน่วยงานต้นสังกัดของท่าน
(3)หน่วยงานภาครัฐ เช่น
(ก)สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
(ข)กรมการปกครอง
(ค)กรมที่ดิน
(ง)กรมสรรพากร
(จ)สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการฟอกเงิน
(ฉ)สำนักงานประกันสังคม
(ช)สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ซ)สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
(ฌ)สถานกงสุลไทยในต่างประเทศ
(ญ)หน่วยงานทางศาล
(ฎ)กรมบังคับคดี
(ฏ)สำนักราชเลขาธิการ
(ฐ)กรมบัญชีกลาง
(4)ช่องทางอื่น ๆ
(ก)บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด
(ข)ทนายความผู้ลงลายมือชื่อ (Notary Public)
(ค)ธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ
(ง)บุคคลที่สามตามสภาพแวดล้อม และ/หรือ บุคคลที่ถูกอ้างถึง (Referrals)
(จ)ผู้ให้บริการฐานข้อมูล
(ฉ)สมาคมรับสร้างบ้าน
(ช)ลูกค้าอื่น
(ซ)ชมรมตรวจสอบและป้องกันการทุจริต
(ฌ)แหล่งข้อมูลสาธารณะ (เช่น ราชกิจจานุเบกษาฯ BOL กรมพัฒนาธุรกิจการค้า)

5. คุณภาพของข้อมูลส่วนบุคคล และวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคาร

ธนาคารเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ตามที่ได้ชี้แจงไว้ด้านล่าง ซึ่งเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ พันธกิจ และวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานของธนาคารตามที่กฎหมายกำหนดโดยอาศัยฐานตามกฎหมายดังต่อไปนี้ (1) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา สำหรับการเข้าทำสัญญาหรือ การปฏิบัติตามสัญญากับท่าน (2) เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย (3) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของธนาคารหรือของบุคคลภายนอก โดยมีความสมดุลกับประโยชน์และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) เพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (5) เพื่อประโยชน์สาธารณะ สำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย และ/หรือ (7) ความยินยอมของท่าน

ทั้งนี้ เฉพาะวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องตามความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับธนาคารเท่านั้นที่จะมีผลใช้บังคับกับท่าน โดยธนาคารเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่ท่านได้ให้ไว้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์รายละเอียด
เพื่อการตรวจสอบ และ/หรือการยืนยันเช่น การพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคล การยืนยันความเป็นเจ้าของทรัพย์สิน การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและเอกสาร (เช่น การตรวจสอบบุคคลที่ถูกกำหนด (Sanction List) และบุคคลเฝ้าระวัง (Watch List))
การรับและการตรวจสอบคำขอสมัครใช้ผลิตภัณฑ์ / บริการ การพิจารณาก่อนให้ใช้ผลิตภัณฑ์ / บริการ การวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ กำหนดวงเงิน เปลี่ยนแปลงวงเงิน และแผนการผ่อนชำระ การประเมินราคาหลักทรัพย์ การพิจารณารับหน่วยงานเข้าร่วมโครงการสวัสดิการ แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อตกลง ยกเลิกข้อตกลงกับธนาคาร และ/หรือ การพิจารณาคำขออื่นๆ
เพื่อการให้ใช้ผลิตภัณฑ์ / บริการเช่น การเข้าทำนิติกรรมหรือสัญญาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการค้ำประกันนิติกรรมสัญญาของนิติบุคคล การจัดกลุ่มลูกค้า (Customer Segmentation) การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationship Management) การดำเนินการตามธุรกรรม (เช่น การโอนเงิน การตัดเงินจากบัญชี การตรวจสอบและจ่ายเงินตามเช็คระหว่างธนาคาร (Cheque Clearing)) การจดทะเบียน เปลี่ยนแปลง และ / หรือ ยกเลิกหลักประกัน การเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกข้อตกลง การปรับบัญชี การอนุมัติถอนเงินฝาก ที่ผูกพันธ์กับข้อตกลงสวัสดิการมีเงินฝาก การเรียกเก็บเงิน การรับชำระเงิน การเลื่อนชั้นหนี้ การโอนเงินคืนการออกสลากออมทรัพย์ การดำเนินการตามคำขอลูกค้าหรือบุคคลอื่นๆ การจัดการข้อร้องเรียน การให้บริการหลังการขาย การอำนวยความสะดวก การติดตามการปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้ผลิตภัณฑ์ / บริการการตรวจสอบหนี้ค้างชำระและยอดหนี้คงเหลือ
การบริหารจัดการหนี้ให้มีประสิทธิภาพ การพิจารณาอนุมัติปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ประนอมหนี้ หรือลดหนี้ การสร้างบัญชีผู้ใช้งานแอปพลิเคชันและการอนุญาตให้ใช้งานแอปพลิเคชันดังกล่าว
เพื่อการติดต่อสื่อสารเช่น การติดต่อประสานงาน การแจ้งผลคำขอใช้ผลิตภัณฑ์ / บริการ การรายงานสภาพหนี้ การแจ้งเตือนชำระหนี้และค่าบริการ การแจ้งหักเงินเดือน งดหักเงินเดือนตามข้อตกลง การแจ้งค่าเบี้ยประกัน การแจ้งพ้นสภาพ โอนย้าย คงสิทธิสวัสดิการ และ/หรือ ยกเลิกสิทธิสวัสดิการ การตรวจรับรองผลการก่อสร้าง การนำส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง (เช่น ใบเสร็จรับเงิน หนังสือรับรองดอกเบี้ย หนังสือรับรองหนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัย) การสัมภาษณ์ การสำรวจความคิดเห็นลูกค้า และ/หรือ การติดต่อกรณีฉุกเฉิน
เพื่อการดำเนินการทางการ ตลาดเช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การให้คำแนะนำและคำปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ / บริการของธนาคาร การนำเสนอผลิตภัณฑ์ / บริการผ่านช่องทางต่างๆ การแจ้งข่าวสารและสิทธิประโยชน์ การจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์และกิจกรรม การเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรม การส่งมอบของรางวัลจากกิจกรรม การศึกษาความต้องการและการดำเนินการส่งเสริมการขายให้ตรงกับความต้องการ และ/หรือ กิจกรรมส่งเสริมการขายอื่น
เพื่อการจัดการ / บริหารงานเช่น การจัดทำฐานข้อมูลลูกค้า การบันทึกข้อมูลลงในระบบ การจัดการงานเอกสาร การดำเนินกระบวนการปกปิดข้อมูล (Data Masking) การตรวจสอบข้อมูลลูกค้าเพื่อการป้องกัน การรับมือ หรือการลดความเสี่ยงจากเหตุทุจริต จากการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือจากการกระทำอื่นใด การเฝ้าระวัง วิเคราะห์และตรวจสอบธุรกรรมที่ผิดปกติ (เช่น กรณีฉ้อโกง ทุจริต หรือที่มีความเสี่ยง) การตรวจสอบภาพรวมความเสี่ยงองค์กร การสืบหาสาเหตุการเกิดหนี้ค้าง การติดตามทวงถามหนี้ การสืบทรัพย์ ยึดทรัพย์ อายัดทรัพย์ และการนำทรัพย์ขายทอดตลาด การดำเนินการเฉลี่ยทรัพย์เพื่อชำระหนี้ การบริหารความเสี่ยงธนาคาร การวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงานเพื่อการปรับปรุงหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ / บริการ หรือกระบวนงานภายในของธนาคาร การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า การศึกษาความต้องการเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ การประเมิน วิจัยการตลาดและจัดทำแบบจำลองธุรกิจ การประเมินผลผลิตภัณฑ์ การดูแล จัดการ พัฒนา และรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อุปกรณ์ เครื่องมือ ระบบติดต่อสื่อสาร แพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ แอปพลิเคชัน เว็บไซต์ และระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การดำเนินการสนับสนุนโครงการสินเชื่อของธนาคารและที่ร่วมมือกับบุคคลที่สาม
เพื่อการให้การสนับสนุนทางการเงินและการบริจาคเพื่อทำกิจกรรมทางสังคม CSR ให้การสนับสนุนทางการเงินและการบริจาค (เช่น เงินทุนการศึกษา เงินบริจาค หรือการสนับสนุนอื่นๆ)
เพื่อการปกป้องประโยชน์อันชอบธรรมของธนาคารซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อการสอดส่องดูแลและรักษาความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่ของธนาคาร การตรวจสอบและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การก่อตั้ง การปฏิบัติตาม การใช้สิทธิ การยกขึ้นต่อสู้ และ/หรือ การดำเนินการตามกฎหมายอื่นใดซึ่งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายของธนาคาร (รวมถึง การใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมาย การใช้ข้อมูลประกอบการแจ้งความร้องทุกข์ การเจรจาไกล่เกลี่ย การฟ้องร้องดำเนินคดี และการยุติคดี)
เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย และ/หรือ นโยบายของธนาคารที่เกี่ยวข้องเช่น การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปยังหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งของหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจ การนำส่งข้อมูลให้ผู้ตรวจสอบบัญชี การนำส่งข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่าย การจัดทำรายงานเพื่อประเมินผลการทำงานของธนาคารตามที่กระทรวงการคลังกำหนด การนำส่งข้อมูลเครดิตและการดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับข้อมูลเครดิต การดำเนินการตามสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายในกรณีที่มีผู้ร้องขอให้ดำเนินการ การตรวจสอบกระบวนการขอสินเชื่อให้เป็นไปตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
เพื่อป้องกัน หรือ ระงับอันตรายการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
เพื่อการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลสถิติ เกี่ยวกับประชากร (Demographic Information)ธนาคารอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับข้อมูลระบุตัวตนบุคคลของท่านได้ เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ วิจัย หรือทำสถิติเพื่อเป็นข้อมูลสถิติเกี่ยวกับประชากร (Demographic Information) และ/หรือ รายงานหรือข้อมูลเชิงสถิติอื่นๆ
วัตถุประสงค์สำหรับการใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน
  • ข้อมูลสุขภาพ
    • เช่น ข้อมูลตามที่ระบุในใบคำขอเอาประกันภัย –  เพื่อการดำเนินการในฐานะนายหน้าประกันภัย
    • เช่น เหตุผลประกอบการค้างชำระหนี้ ใบรับรองแพทย์ – เพื่อการพิจารณาอนุมัติปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ประนอมหนี้ หรือลดหนี้
    • เช่น ข้อมูลการแพ้อาหาร – เพื่อการจัดการด้านอาหาร ในกรณีที่ธนาคารจัดกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์
    • เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการคัดกรองโรคติดต่อ – เพื่อการคัดกรองโรคติดต่อในสถานที่ของธนาคาร
    • เพื่อการพิจารณาคุณสมบัติในการเข้าร่วมโครงการต่างๆ ของธนาคาร
  • ประวัติอาชญากรรม
    • เช่น ข้อมูลตามที่ปรากฏในรายชื่อบุคคลถูกกำหนด (Sanction List) และบุคคลเฝ้าระวัง (Watch List) ที่ออกโดยหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจซึ่งอาจทำให้ธนาคารทราบถึงประวัติอาชญากรรมอันเกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐานต่างๆ ความผิดฐานก่อการร้ายหรือความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินกับการก่อการร้าย – เพื่อการวิเคราะห์และบริหารความเสี่ยงของลูกค้าตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    • เช่น ข้อมูลการล้มละลายจากการทุจริต – เพื่อเป็นหลักฐานทางกฎหมายในการดำเนินคดี
  • ความคิดเห็นทางการเมือง (เช่น ข้อมูลตามที่ปรากฏในรายชื่อบุคคลถูกกำหนด (Sanction List) และบุคคลเฝ้าระวัง (Watch List) หรือฐานข้อมูลอื่นใด ซึ่งอาจทำให้ธนาคารทราบถึงสถานะทางการเมือง) – เพื่อการวิเคราะห์และบริหารความเสี่ยงของลูกค้า
  • ความพิการและข้อมูลสุขภาพ (เช่น สำนาบัตรประจำตัวผู้พิการ ประเภทความทุพพลภาพ หนังสือรับรองจากสมาคมคนพิการ)
    • เพื่อการเสนอขายและให้บริการอย่างเหมาะสม รวมทั้งการติดต่อกลับลูกค้าเพื่อสอบถามคุณภาพในการให้การบริการ (ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การบริหารจัดการด้านการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct))
    • เพื่อการรับและการตรวจสอบคำขอสมัครใช้ผลิตภัณฑ์ / บริการ รวมทั้งการยืนยันตัวตน
    • เพื่อการพิจารณาคุณสมบัติในการเข้าร่วมโครงการต่างๆ ของธนาคาร
  • ข้อมูลชีวภาพ (เช่น ลายพิมพ์นิ้วมือ ภาพถ่ายจำลองใบหน้า)
    • เพื่อการทำความรู้จักลูกค้าด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Know Your Customer: e-KYC) ในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน
    • เพื่อการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ในกรณีที่ท่านพิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือแทนการลงลายมือชื่อ
    • เพื่อการพิสูจน์และยืนยันตัวตนข้ามธนาคารผ่านแพลตฟอร์ม เนชั่นแนลดิจิทัล ไอดี (National Digital ID: NDID)

 ในกรณีที่ท่านเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของธนาคาร และ/หรือ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลของนิติบุคคลที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจของธนาคาร ธนาคารจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้ด้วย

วัตถุประสงค์รายละเอียด
เพื่อการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเช่น การพิจารณาคุณสมบัติ การคัดเลือกพันธมิตรทางธุรกิจ การพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคล การตรวจสอบข้อมูล (เช่น การตรวจสอบบุคคลที่ถูกกำหนด (Sanction List) และบุคคลเฝ้าระวัง (Watch List) การตรวจสอบธุรกรรมการทิ้งงาน การตรวจความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) และการตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อน) การพิจารณาให้เข้าร่วมโครงการของธนาคาร การจัดซื้อจัดจ้าง  การออกใบสั่งซื้อสั่งจ่าย
การเข้าทำนิติกรรมหรือสัญญาที่เกี่ยวข้อง การอนุมัติถอนเงินฝากที่ผูกพันธ์กับข้อตกลงสวัสดิการมีเงินฝาก ประกอบการสร้างบัญชีผู้ใช้งานระบบ การให้สิทธิใช้งานระบบ การส่งเรื่องขอเปลี่ยนตัวพนักงานรักษาความปลอดภัย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเข้าทำสัญญา การค้ำประกันความรับผิด การเปลี่ยนแปลงหลักประกัน การจัดการคำขอเข้าร่วมเป็นแหล่งเงินกู้ระยะยาว การขึ้นบัญชีผู้ประกอบการ และ/หรือ การเปลี่ยนแปลงคำร้องต่าง ๆ ของโครงการจัดสรร โครงการ Fast Track / Smart Fast Track / Post Finance การจัดประชุม Meeting Vision และ/หรือ การดำเนินงานอื่นใดอันเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานของพันธมิตรทางธุรกิจ การพิจารณาต่อสัญญา การพิจารณาโทษ
เพื่อการติดต่อสื่อสารเช่น การติดต่อประสานงาน และ/หรือ การนำส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องและ/หรือ การติดต่อกรณีฉุกเฉิน
เพื่อการจัดการทางการเงินเช่น การจ่ายค่าตอบแทนหรือค่าใช้จ่าย
เพื่อการจัดการ / บริหารงานเช่น การจัดทำฐานข้อมูลพันธมิตรทางธุรกิจและบุคคลากรของพันธมิตรทางธุรกิจ การบันทึกข้อมูลลงในระบบ การจัดการงานเอกสาร การวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงานเพื่อการปรับปรุงหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ / บริการ หรือกระบวนงานภายในของธนาคาร การประเมิน วิจัยการตลาดและจัดทำแบบจำลองธุรกิจ การจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ (โครงการ Developers Day และกิจกรรม CSR) การวิเคราะห์ระบบ การดูแล จัดการ พัฒนา และรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อุปกรณ์ เครื่องมือ ระบบติดต่อสื่อสาร แพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ แอปพลิเคชัน เว็บไซต์ และระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การสนับสนุนการดำเนินงานของพันธมิตรทางธุรกิจ การดำเนินการสนับสนุนโครงการสินเชื่อของธนาคารและที่ร่วมมือกับบุคคลที่สาม
เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายและ/หรือ
นโยบายของธนาคารที่เกี่ยวข้อง
เช่น การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปยังหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งของหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจ การจัดทำรายงานเพื่อประเมินผลการทำงานของธนาคารหรือรายงานการประชุมตามที่กระทรวงการคลังหรือคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจกำหนด

หากมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม การใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในนโยบายนี้ธนาคารจะแจ้งให้ท่านทราบและอาจขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม และหากมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม การใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ธนาคารจะทำการบันทึกแก้ไขเพิ่มเติมไว้เป็นหลักฐาน

6. ข้อจำกัดในการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้

(1)ธนาคารจะไม่เปิดเผย หรือแสดง หรือทำให้ปรากฏในลักษณะอื่นซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม การใช้ และ/หรือ เปิดเผย เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากท่านสำหรับกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม หรือเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ พันธกิจ ระเบียบ และข้อยกเว้นตามกฎหมายที่กำหนดให้สามารถกระทำได้ หรือตามคำสั่งศาล
(2)ในกรณีที่ธนาคารได้ทำความตกลงกับบุคคลที่สาม เพื่อการดำเนินการอันเกี่ยวกับเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือการดำเนินการซึ่งจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ธนาคารจะจัดให้บุคคลภายที่สามดังกล่าวได้รับทราบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นอย่างจำกัด อีกทั้งจะต้องสงวนรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นความลับตามมาตรฐานการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคาร ตลอดจนต้องผูกพันรับผิดชอบตามกฎหมายที่มีผลใช้บังคับ

7. การรักษาความมั่นคงปลอดภัย

ธนาคารจะดำเนินการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นอย่างดี โดยธนาคารได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ มาตรการป้องกันด้านเทคนิค และมาตรการป้องกันทางกายภาพ ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และสภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย ทำลาย เปลี่ยนแปลง แก้ไข ใช้ เปิดเผย หรือเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธนาคารได้จัดให้มีมาตรการควบคุมการเข้าถึงที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ธนาคารยังได้วางมาตรการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้งานอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยกำหนดสิทธิเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน สิทธิในการอนุญาตให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ และบริหารจัดการการเข้าถึงเพื่อจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะผู้มีสิทธิเท่านั้น และกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งานเพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต การเปิดเผย การล่วงรู้ หรือการลักลอบทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล หรือการลักขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ ยังรวมถึงการวางมาตรการสำหรับการตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ลบ หรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องเหมาะสมกับวิธีการและสื่อที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

8. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ธนาคารอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องตามความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับธนาคารตามที่ระบุในข้อ 5. (คุณภาพของข้อมูลส่วนบุคคล และวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคาร) ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้อาจอยู่ในประเทศไทยหรือนอกประเทศไทยก็ได้ ธนาคารแนะนำให้ท่านตรวจสอบนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้ เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจว่าเครือข่ายผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร

ประเภทผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลรายละเอียด
พันธมิตรทางธุรกิจ                                    ธนาคารอาจมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังพันธมิตรทางธุรกิจของธนาคาร เช่น ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ (และ/หรือการเคหะแห่งชาติ) หน่วยงานต้นสังกัดสำหรับการขอสินเชื่อพนักงาน บริษัทประกันภัย ธนาคารพาณิชย์ที่ร่วมออกผลิตภัณฑ์กับธนาคาร ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้อง (เช่น บริษัทบริหารสินทรัพย์) เว็บไซต์ของพันธมิตรทางธุรกิจซึ่งอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่ท่านให้ข้อมูลแก่ธนาคารผ่านทางเว็บไซต์ดังกล่าว ตัวแทนรับชำระเงิน หน่วยงานสาธารณูปโภค (เช่น การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง กองทุนการออมแห่งชาติ กรุงเทพประกันชีวิต ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการพิสูจน์ตัวตนทางดิจิทัล และหน่วยงานอื่นใดที่ธนาคารมีข้อตกลงด้วย (เช่น กรมธนารักษ์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร)
ผู้ให้บริการภายนอกธนาคารอาจจ้างผู้ให้บริการภายนอกให้เป็นผู้บริการแทนธนาคารหรือสนับสนุนการดำเนินงานของธนาคาร ผู้ให้บริการภายนอกดังกล่าวอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงผู้ให้บริการประสานงานกับลูกค้าที่อยู่ในต่างประเทศในการทำธุรกรรมกับธนาคาร ผู้ให้บริการทำนิติกรรม และ/หรือ การจดจำนอง และดำเนินกระบวนการรู้จักลูกค้า (Know Your Customer: KYC) ผู้ให้บริการประเมินราคาหลักทรัพย์ ผู้ให้บริการคลังจัดเก็บเอกสาร ผู้ให้บริการงานธุรการผู้ให้บริการด้านการพิมพ์ จัดทำของชำร่วย และการขนส่ง ผู้ให้บริการนำเที่ยวผู้ให้บริการตรวจสอบบัญชี ผู้ให้บริการจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งผู้ให้บริการระบบตู้กดเงินอัตโนมัติ (ATM) ผู้ให้บริการบริหารจัดการแอปพลิเคชันแชทบอท (Chatbot)ผู้ให้บริการวิเคราะห์และบริหารความเสี่ยงองค์กร ผู้ตรวจสอบอื่นๆ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการองค์กร ที่ปรึกษาเพื่อการทำรายงานความยั่งยืนและระบุปัจจัยความยั่งยืนผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ให้บริการการส่งข้อความสื่อสาร (SMS)ผู้ให้บริการติดตามทวงถามหนี้ ผู้ให้บริการติดตามยึดทรัพย์ ผู้ให้บริการภายนอกเพื่อการสืบทรัพย์ ผู้ให้บริการขายทอดตลาด ผู้ให้บริการยืนยันตัวตนออนไลน์ ผู้ให้บริการรับชำระเงิน ผู้ให้บริการจัดอันดับความน่าเชื่อถือธนาคาร ผู้ให้บริการสำรวจความคิดเห็น (Surver Agency) ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลลูกค้า (Call Center) ผู้ให้บริการทางการตลาด (Marketing Agency) ที่ให้บริการบริหารช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ให้บริการสำรวจ ดูแล และทำความสะอาดทรัพย์ ผู้ให้บริการจัดเก็บเช็ค ผู้ให้บริการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารในการให้บริการดังกล่าว ผู้ให้บริการอาจสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ อย่างไรก็ตาม ธนาคารจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะที่จำเป็นสำหรับผู้ให้บริการ และธนาคารจะมีมาตรการเพื่อให้แน่ใจว่าผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์อื่นและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้อย่างปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด
หน่วยงานภาครัฐในบางกรณี ธนาคารอาจมีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือภาระหน้าที่ตามข้อบังคับอื่นๆ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย หรือบุคคลภายนอกอื่นๆ ที่เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมบัญชีกลาง กรมการปกครอง กรมที่ดินและสำนักงานที่ดิน กรมสรรพากร กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานเลขาธิการ สำนักงานองคมนตรี สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ  สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (โดยท่านสามารถศึกษานโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยได้ที่ www.oic.or.th) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ คณะกรรมการธิการรัฐสภา สถานกงสุลและสถานทูตไทยในต่างประเทศ ศาล กรมบังคับคดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานอัยการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสถานีตำรวจ
ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆธนาคารอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นใดเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในนโยบายนี้ เช่น ผู้ให้บริการตรวจสอบบัญชีของท่าน กองทุน (เช่น กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร) สภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด สมาคมวิชาชีพ สมาคมรับสร้างบ้าน ชมรมตรวจสอบและป้องกันการทุจริต มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ กลุ่มประชาสังคม ผู้ขอใช้สิทธิตรวจสอบข้อมูลกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ธนาคารที่มีธุรกรรมร่วมกัน ช่องทางสาธารณะ (เช่น เว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ของธนาคาร เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง) ผู้ขอใช้สิทธิตรวจสอบข้อมูลกล้องโทรทัศน์วงจรปิด

9. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

ธนาคารอาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เช่น ผู้ให้บริการประสานงานกับลูกค้าที่อยู่ในต่างประเทศในการทำธุรกรรมกับธนาคาร ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางเพื่อการติดต่อประสานงาน เก็บรวบรวมข้อมูลการขอสินเชื่อ รับชำระเงินกู้ ติดตามทวงถามหนี้ และประสานงานกับลูกค้าในการทำนิติกรรม สถานกงสุล/สถานทูตไทยในต่างประเทศ ณ ประเทศที่ลูกค้าอยู่ หน่วยงานจัดเก็บภาษีอากรในต่างประเทศ (เช่น หน่วยงานจัดเก็บภาษีอากรของสหรัฐอเมริกา (Internal Revenue Service: IRS)) ซึ่งผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลบางรายอาจอยู่ในประเทศปลายทางหรือเป็นองค์การระหว่างประเทศที่ยังไม่ได้รับการรับรองว่ามีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเทียบเท่ากับมาตรฐานที่กำหนดไว้ในประเทศไทย ทั้งนี้ ในกรณีที่ธนาคารมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในประเทศที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ยังไม่ได้รับการรับรองว่ามีมาตรฐานเทียบเท่าประเทศไทยดังกล่าว ธนาคารจะปฏิบัติตามขั้นตอนและมาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีความปลอดภัย หรือเป็นกรณีที่การโอนดังกล่าวได้รับอนุญาตให้สามารถกระทำได้ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเข้าทำสัญญากับผู้รับข้อมูลเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการคุ้มครองตามมาตรฐานการคุ้มครองที่เหมาะสมเทียบเท่ากับมาตรฐานที่กำหนดไว้ในประเทศไทย

10. การใช้คุกกี้ (Cookies)

ในกรณีที่ท่านใช้งานเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางบริการออนไลน์อื่นๆ ของธนาคาร ธนาคารอาจทำการตรวจสอบถึงพฤติกรรมการสืบค้นข้อมูล และใช้บริการระบบเชื่อมโยงข้อมูล โดยส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษาความปลอดภัยของธนาคารนั้น ธนาคารอาจใช้ระบบ “คุกกี้” (cookie) ในการตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงของคำขอของผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ “คุกกี้” คือข้อมูลที่ได้ส่งจากเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางบริการออนไลน์อื่นๆ ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้เข้าเยี่ยมชม ในขณะที่ผู้เข้าเยี่ยมชมนั้นกำลังเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของธนาคาร โดย “คุกกี้” นั้นจะได้รับการกำหนดโดยธนาคาร และจะสิ้นผลลงภายหลังจากการเชื่อมโยงข้อมูลในส่วนของธนาคาร “คุกกี้” ดังกล่าว อาจมีการเก็บรวบรวมข้อมูลบางประเภทซึ่งอาจถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อย่างไรก็ตาม ท่านมีสิทธิที่จะไม่รับการเชื่อมต่อคุกกี้ได้ โดยสามารถเลือกตั้งค่าการใช้งานคุกกี้ได้ในเครื่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของท่าน แต่การปฏิเสธไม่รับการเชื่อมต่อคุกกี้อาจส่งผลกระทบให้การทำงานบางอย่างบนเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางบริการออนไลน์อื่นๆ ของธนาคารอาจไม่ถูกต้อง หรือประสิทธิภาพเท่าที่ควร

อนึ่ง หากท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางบริการออนไลน์อื่นๆ ของธนาคาร โดยใช้โปรแกรมสืบค้น (search engine) โปรแกรมสืบค้นดังกล่าวอาจจะมีการใช้งานคุกกี้เพื่อเก็บข้อมูลของท่าน ธนาคารจึงแนะนำให้ท่านตรวจสอบนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่กำหนดโดยโปรแกรมสืบค้นดังกล่าวด้วย

11. การมีส่วนร่วมและสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้ข้อจำกัดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้

(1)สิทธิในการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิเข้าถึงหรือขอรับสำเนาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของธนาคาร รวมถึงขอให้ธนาคารเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ธนาคารอาจขอให้ท่านยืนยันตัวตนก่อนการให้ข้อมูลตามที่ท่านร้องขอ
(2)สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการขอให้ธนาคารแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของธนาคาร หากข้อมูลนั้นไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือไม่เป็นปัจจุบัน
(3)สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของธนาคาร ในรูปแบบที่ได้มีการจัดระเบียบ และสามารถอ่านหรือใช้งานได้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และมีสิทธิขอให้ธนาคารส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
(4)สิทธิในการคัดค้าน ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบางรายการได้
(5)สิทธิในการระงับการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้ธนาคารระงับการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ในบางกรณี
(6)สิทธิในการถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมที่ท่านได้ให้แก่ธนาคารเพื่อการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ทุกเมื่อ เว้นแต่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับสิทธิที่จะถอนความยินยอมตามที่กฎหมายกำหนด หรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน
(7)สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้ธนาคารลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในลักษณะที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
(8)สิทธิในการร้องเรียน ท่านมีสิทธิร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแล หากท่านเห็นว่าธนาคาร หรือบุคคลอื่นซึ่งดำเนินการแทนธนาคาร เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม ธนาคารใคร่ขอให้ท่านโปรดติดต่อธนาคารเพื่อให้ธนาคารได้มีโอกาสรับทราบข้อเท็จจริง ชี้แจง ตลอดจนดำเนินการแก้ไขข้อกังวลของท่าน ก่อนที่ท่านจะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หากท่านมีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิของท่านตามที่ระบุข้างต้น โปรดติดต่อธนาคารตามรายละเอียดในข้อ 16. (ข้อมูลการติดต่อธนาคาร)

ทั้งนี้ การใช้สิทธิของท่านตามที่ระบุไว้ข้างต้นอาจถูกจำกัดโดยกฎหมายและข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้อง โดยในบางกรณี ธนาคารอาจจำเป็นต้องปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น ในกรณีที่ธนาคารมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามคำสั่งศาล ทั้งนี้ หากธนาคารปฏิเสธคำขอของท่าน ธนาคารจะแจ้งเหตุผลให้ท่านทราบ

12. ความรับผิดชอบของบุคคลที่ทำหน้าที่ควบคุมข้อมูล

ธนาคารได้กำหนดให้บุคลากรของธนาคารให้ความสำคัญและรับผิดชอบในการเก็บรวมรวมและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนดในนโยบายนี้

13. ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

ธนาคารจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งให้ทราบในนโยบายนี้ โดยธนาคารจะจัดให้มีการตรวจสอบเพื่อให้สามารถดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาหรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล หรือตามที่ท่านร้องขอ หรือที่ท่านได้ถอนความยินยอมแล้วตามเงื่อนไขทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ธนาคารอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลานานกว่านั้นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎระเบียบที่ใช้บังคับ ตลอดจนการปฏิบัติตามนโยบายภายในของธนาคาร และตามความจำเป็นอื่น

14. การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ธนาคารอาจเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายนี้เป็นครั้งคราว โดยธนาคารจะเผยแพร่นโยบาย ฉบับปรับปรุงแก้ไขลงใน  www.ghbank.co.th ล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน และอาจขอความยินยอมจากท่านในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม เว้นแต่กฎหมายจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น  ในการนี้ ธนาคารใคร่ขอให้ท่านโปรดตรวจสอบนโยบายนี้เป็นระยะ รวมทั้งก่อนใช้บริการเพื่อตรวจดูการแก้ไขหรือปรับปรุงนโยบายนี้

15. การเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่น

ในกรณีที่ท่านใช้งานเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางบริการออนไลน์อื่นๆ ของธนาคาร เว็บไซต์ แอปพลิเคชันหรือบริการเหล่านั้นอาจมีการเชื่อมต่อไปยังเครือข่ายสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์ม เว็บไซต์ หรือบริการอื่นที่มีบุคคลภายนอกเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งนี้ ธนาคารไม่สามารถรับรองข้อความหรือรับรองการดำเนินการใดๆ อีกทั้งไม่อาจรับผิดชอบใดๆ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยเครือข่ายสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์ม เว็บไซต์ หรือบริการดังกล่าว

ในการนี้ ธนาคารแนะนำให้ท่านตรวจสอบนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเครือข่ายสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์ม เว็บไซต์ หรือบริการที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์หรือบริการออนไลน์ของธนาคาร (หากมี) เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจว่าเครือข่ายสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์ม เว็บไซต์ หรือบริการดังกล่าวดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร

16. ข้อมูลการติดต่อธนาคาร

ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือข้อติชมใดๆ เกี่ยวกับนโยบายนี้ หรือในกรณีที่ท่านต้องการยื่นคำขอใช้สิทธิใดๆ ตามที่ปรากฏในนโยบายนี้ ท่านสามารถติดต่อธนาคาร และ/หรือ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคาร ได้ที่

(1)ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ที่อยู่ : เลขที่ 63 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ :  0 2645 9000
E-mail : Complaint_Center@ghb.co.th
เว็บไซต์ :  www.ghbank.co.th
(2)เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer) ของธนาคาร
ที่อยู่ : ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เลขที่ 63 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร  10310
E-mail : DataPrivacyOfficer@ghb.co.th
หมายเลขโทรศัพท์ : 0 2645 9000 ต่อ 6670