ตามที่รัฐบาลมีนโยบายแปลงสินทรัพย์เป็นทุน ด้วยการนำทรัพย์สินของภาครัฐและภาคเอกชนมาใช้ เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพย์สินของภาครัฐและภาคเอกชนเกิดประโยชน์สูงสุด หรือเกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

อันเป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ เกิดกระบวนการสร้างงานสร้างรายได้ และกระตุ้นให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งทำให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน รัฐบาลจึงได้กำหนดนโยบายการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนขึ้น โดยได้มีการวางแผนการจัดการทรัพย์สินของประเทศ ทั้งที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ สังหาริมทรัพย์ และทรัพย์สินทางปัญญา

รัฐบาลจึงกำหนดให้ธนาคารภาครัฐเข้าไปมีบทบาทช่วยในการส่งเสริมกลไก  ทั้งนี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ  จึงได้ตอบสนองนโยบายของรัฐบาล โดยธนาคารได้ร่วมกับกรมธนารักษ์ กำหนดการให้สินเชื่อโดยใช้สิทธิการเช่าเป็นหลักประกัน  2 แบบ ได้แก่

1. ประเภทรายย่อยสำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุเพื่อที่อยู่อาศัย
ผู้ที่ได้รับสิทธิการเช่าที่ของกรมธนารักษ์อยู่แล้วและมีหนังสือยินยอมจากกรมธนารักษ์ ให้ผู้เช่านำสิทธิการเช่ามาขอสินเชื่อกับธนาคาร ตามวัตถุประสงค์ที่ธนาคารกำหนด โดยนำเอกสารสิทธิการเช่าเป็นหลักประกัน


2. ประเภทโครงการสำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อที่อยู่อาศัย 
ผู้ที่ได้รับสิทธิการเช่าที่ดินในโครงการหมู่บ้านบนที่ดินของกรมธนารักษ์   ซึ่งเป็นกรณีที่นำที่ดินว่างเปล่าของกรมธนารักษ์ไปพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัย    แล้วจัดสรรให้ข้าราชการเฉพาะกลุ่มหรือประชาชนทั่วไปเช่า เพื่อปลูกสร้าง สำหรับกลุ่มนี้ต้องมีการคัดเลือกผู้ต้องการเข้าร่วมเป็นผู้อาศัยในโครงการหมู่บ้านด้วย  โดยนำเอกสารสิทธิการเช่ามาเป็นหลักประกัน ในการขอสินเชื่อกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ตามวัตถุประสงค์ที่กำหน



หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการให้สินเชื่อ หลักเกณฑ์การให้กู้โดยใช้สิทธิการเช่าเป็นหลักประกันประเภทรายย่อยสำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุเพื่อที่อยู่อาศัย

วัตถุประสงค์ 

  • เพื่อปลูกสร้างอาคารบนที่เช่าราชพัสดุ
  • เพื่อต่อเติมหรือขยายหรือซ่อมแซมอาคารที่เป็นกรรมสิทธิของตนเองบนที่เช่าราชพัสดุ
  • เพื่อชำระหนี้ค่าปลูกสร้างอาคารที่เป็นกรรมสิทธิของตนเองบนที่เช่าราชพัสดุ
  • เพื่อซื้อสิ่งปลูกสร้างบนที่เช่าราชพัสดุ
  • เพื่อไถ่ถอนจำนองอาคารที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองบนที่ราชพัสดุจากสถาบันการเงินอื่น
  • เพื่อโอนเปลี่ยนตัวลูกหนี้ในโครงการ


วงเงินให้กู้
  • การกู้ข้อ 1.1 และ 1.4 ไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาประเมินค่าก่อสร้าง หรือไม่เกินร้อยละ 80 ของราคาประเมินค่าก่อสร้าง และราคาประเมินสิทธิการเช่ารวมกัน
  • การกู้ข้อ 1.2 ไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาประเมินส่วนต่อเติม หรือขยาย หรือซ่อมแซมอาคาร
  • การกู้ข้อ 1.3 ไม่เกินร้อยละ 50 ของราคาประเมินสิทธิการเช่าและอาคารรวมกัน
  • การกู้ข้อ 1.4 ไม่เกินร้อยละ80 ของราคาประเมินสิทธิการเช่าและอาคารรวมกัน
  • การกู้ข้อ1.5 ไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาประเมินอาคารและไม่เกินจำนวนเงินต้นคงเหลือจากสถาบันการเงินอื่น
  • การกู้ข้อ 1.6 ให้กู้ไม่เกินร้อยละ 80 ของราคาประเมินสิทธิการเช่าและราคาอาคารรวมกัน
    (ทั้งนี้ ธนาคารจะพิจารณาประเมินราคาสิทธิการเช่าหรือราคาสิทธิการทำประโยชน์ให้เป็นรายๆ)

 
ระยะเวลาการกู้ 
ไม่เกินระยะเวลาคงเหลือตามสัญญาเช่า แต่ไม่เกิน 30 ปี ทั้งนี้อายุผู้กู้รวมกับจำนวนปีที่ขอกู้ไม่เกิน 70 ปี

 
อัตราดอกเบี้ย
อัตราดอกเบี้ยคงที่หรือลอยตัว สำหรับผู้กู้รายย่อยทั่วไปตามประกาศธนาคาร บวกเพิ่ม ร้อยละ 1.00 ต่อปี

 
เอกสารประกอบการกู้ 
  • หนังสือยินยอมจากกรมธนารักษ์ให้นำสิทธิการเช่าผูกในสัญญาเงินกู้
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (ของผู้กู้ทุกคน)
  • หลักฐานแสดงรายได้
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ / สกุล (ถ้ามี)
  • สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า / มรณะบัตร(ถ้ามี)
  • สำเนาสัญญาเช่า / หนังสืออนุญาตการทำประโยชน์
  • สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกัน (กรณีปลูกสร้างอาคาร)
  • สำเนาใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร/คำขออนุญาต และแบบก่อสร้างอาคาร/ส่วนขยาย/ต่อเติมอาคาร/ซ่อมแซมอาคาร(กรณีปลูกสร้าง/ต่อเติมหรือขยายหรือซ่อมแซม)
  • สำเนาหลักฐานการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อาคาร/ใบขอเลขที่บ้าน(กรณีชำระหนี้/ไถ่ถอนจำนอง)
  • สำเนาสัญญากู้ สัญญาจำนอง Statement/ใบเสร็จการผ่อนชำระย้อนหลัง 12 เดือน (กรณีไถ่ถอนจำนอง)
  • แผนที่แสดงที่ตั้งหลักประกัน


<หลักประกันในการขอเงินกู้
สิทธิการเช่าที่ราชพัสดุและสิ่งปลูกสร้างบนที่เช่าต้องอยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล กรณีส่วนภูมิภาคต้องอยู่ในเขตเทศบาลหรือสุขาภิบาลเท่านั้น ยกเว้น พัทยาและโครงการจัดทำที่อยู่อาศัยที่กรมธนารักษ์เห็นชอบ 



หลักเกณฑ์การให้กู้โดยใช้สิทธิการเช่าเป็นหลักประกันประเภทโครงการสำหรับผู้ที่ได้รับ สิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อที่อยู่อาศัย

วัตถุประสงค์
เพื่อซื้อสิ่งปลูกสร้างบนที่เช่าราชพัสดุในโครงการที่กรมธนารักษ์ กำหนดให้เป็นโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับข้าราชการ และประชาชนที่มีคุณสมบัติและผ่านการคัดเลือก ตามเกณฑ์ที่ส่วนราชการ หรือกรมธนารักษ์กำหนด


วงเงินให้กู้ 
  • ไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาซื้อขายตามสัญญาหรือ
  • ไม่เกินร้อยละ 100 ของราคาประเมินค่าก่อสร้าง หรือไม่เกินร้อยละ 80 ของราคาประเมินสิทธิการเช่าและอาคารร่วมกัน


ระยะเวลาการกู้
ไม่เกินระยะเวลาคงเหลือตามสัญญาเช่า ทั้งนี้ อายุผู้กู้รวมกับจำนวนปีที่ขอกู้ไม่เกิน 70 ปี


อัตราดอกเบี้ย
บุคคลทั่วไป อัตราดอกเบี้ยคงที่หรือลอยตัวสำหรับผู้กู้ รายย่อยทั่วไปตามประกาศธนาคาร บวกเพิ่มร้อยละ 1.00 ต่อปี  กรณีลูกค้าสวัสดิการเป็นไปตามที่ธนาคารอนุมัติสนับสนุนเป็นรายโครงการ    


เอกสารประกอบการกู้
  • หนังสือยินยอมจากกรมธนารักษ์ให้นำสิทธิการเช่าผูกในสัญญาเงินกู้
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (ของผู้กู้ทุกคน)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • หลักฐานแสดงรายได้
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ / สกุล (ถ้ามี)
  • สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า / มรณะบัตร (ถ้ามี)
  • สำเนาสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ
  • สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกัน สำเนาใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร/คำขออนุญาตและแบบก่อสร้างอาคาร (กรณีผู้ได้รับสิทธิการเช่าเป็นผู้ดำเนินการปลูกสร้าง)


หลักประกันในการขอเงินกู้
สิทธิการเช่าที่ราชพัสดุ ที่จดทะเบียนสัญญาเช่านานปี และสิ่งปลูกสร้างบนที่เช่า


การประชาสัมพันธ์ทาง Website ของธนาคาร 
การดำเนินการในช่วงแรกของโครงการรัฐบาลได้จัดตั้งหน่วยงานกลางเพื่อดำเนินการประชาสัมพันธ์โครงการ คือ “สำนักงานการบริหารการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน”(สปท)  จึงได้เพิ่ม Web link สปท ในหน้าเมนูหลักของ Website ธนาคาร


ปัจจุบันหน่วยงานกลางดังกล่าวได้ถูกยกเลิกหน่วยงานแล้วโดยมติคณะรัฐมนตรี Web link ของ สำนักงานการบริหารการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน (สปท)  จึงไม่สามารถใช้งานได้ เห็นควรยกเลิก Web link ดังกล่าว แล้วเพิ่มเติม Web link ของกรมธนารักษ์ ซึ่งมีรายละเอียดของโครงการเผยแพร่อย่างละเอียด เนื่องจากเป็นหน่วยงานเจ้าของกรรมสิทธิที่ดิน และสิทธิการเช่า



ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

กรมธนารักษ์

กรมธนารักษ์ : โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน